About JDFdl4d3zz

Here are my most recent posts

ตำนาน ‘จิ้งจอกเก้าหาง’ แห่งอินเดีย…ความรักหรือความแค้น?

ปิศาจจิ้งจอกเก้าหาง
ปราฏกายขึ้นในวัฒนธรรมเอเชียหลายประเทศ
แต่ที่มีหลักฐานจากบันทึกโบราณ
และได้รับการกล่าวขานมากที่สุด คือ อินเดีย, จีน และ ญี่ปุน
แต่ในบางบันทึกกล่าวอ้างว่าไปปรากฏกายในวัฒนธรรมของ
เกาหลี ด้วย
จากตำนานได้บันทึกการกำเนิดของปิศาจจิ้งจอกเก้าหาง
โดยเริ่มต้นที่ อินเดีย เอาไว้ว่า
กาลครั้งหนึ่งเมื่อนานแสนนานมาแล้ว
บังเกิดมีกลุ่มควันสีดำทมึนพวยพุ่งขึ้นจากหนองน้ำ
ทยานตัวขึ้นสู่ท้องฟ้ายามพลบค่ำ
กลุ่มควันนี้มีลักษณะคล้ายสัตว์สี่เท้าขนาดกลางอย่าง จิ้งจอก
แต่กลับมีหางมากมายถึงเก้าหาง
ควันนั้นหายลับตาไปพร้อมกับลางร้ายที่จะนำมาสู่หายนะครั้งใหญ่
หลวงของมวลมนุษยชาติในภายภาคหน้า
หลังจากเกิดปรากฏการณ์กลุ่มควันประหลาด
มันได้ไปปรากฏขึ้นอีกครั้งยังชมพูทวีป ประเทศอินเดียโบราณ คือ
พื้นแผ่นดินแรกที่ จิ้งจอกเก้าหาง เลือกมาเยือน
ตามตำนานโบราณที่บันทึกสืบต่อกันมาอย่างช้านานนับพันปี
ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง
ได้เลือกจำแลงแปลงกายเป็นหญิงสาวชาวบ้านวัยแรกแย้มแ
สนสวย ด้วยความสวยทำให้เกิดเสียงร่ำลือหนาหู
จนแพร่สะพัดเข้าสู่พระราชวัง
จนเจ้าชายผู้มีสิทธิ์สืบราชบังลังก์เกิดความใคร่รู้
จึงแอบลักลอบออกจากวัง เดินทางไปแสวงหาความงามที่ร่ำลือ
เมื่อแรกพบสบสายพระเนตรพระองค์ทรงหลงรักในทันใด
แต่นางอ้างไม่เชื่อว่าพระองค์เป็นเจ้าชายจริง
ถ้าหากเป็นองค์จริงก็ต้องทำตามคำเรียกร้องของนางให้ได้
นั่นคือนำสมบัติที่คิดว่าคุ้มค่ากับความงามของนางมามอบให้ในวัน
รุ่งขึ้น

เช้าวันรุ่งขึ้น เจ้าชาย ทรงนำขบวนช้างม้าขนทรัพย์ต่างๆ
นานามาให้ทันที
ไม่ว่าจะเป็นผ้าไหมแพรพรรณชั้นดีที่นำมาปูต่อทอดดยาวแทนสาย
น้ำ ขนเอาแก้วแหวนเงินทองเพชรนิจจินดา
ทั้งพระราชวังมากองพะเนินเทินให้สูงทัดเทียมภูผา
นางจิ้งจอกเห็นว่าเจ้าชายทรงลุ่มหลงในตัวนางอย่างหนัก
จึงแสร้งทำใจอ่อนต่อความพยายามครั้งนี้
ยอมตามเข้าวังเป็นนางสนมสนองความใคร่
คอยปรนนิบัติรับใช้ไม่ห่างกาย
จนเจ้าชายทรงละทิ้งหน้าที่การเมือง
ไม่ทรงเสด็จออกว่าราชการช่วยเหลือพระบิดาแม้แต่น้อย
นอกจากนี้
เจ้าชายยังละทิ้งพระคู่หมั้นที่จวนเจียนจะเข้าพิธีอภิเษกสมรส
เพราะมัวแต่ลุ่มหลงอยู่กับกองกิเลสราคะที่ ปิศาจจิ้งจอกเก้าหาง
สรรหามาให้ กระทั่งพระราชาเรียกโหรหลวงเข้าเฝ้าเป็นการด่วน
รับสั่งให้ตรวจดูดวงชะตา และสืบหาเหตุอาเพศในครั้งนี้
หลังเห็นโอรสเปลี่ยนไป
ปิศาจจิ้งจอกเก้าหาง
รับรู้ด้วยสัญชาติญาณสัตว์ป่าว่ากำลังมีภัยใหญ่หลวงคืบคลา
นเข้ามา มันจึงชิงตัดไฟเสียแต่ต้นลม
ยุยงให้เจ้าชายทรงกระทำการปิตุฆาตพระบิดาของตนเอง
จากนั้นก็ขึ้นครองบัลลังก์แทน แต่สุดท้ายแผนการไม่สำเร็จ
นั่นเพราะพระราชาทรงทราบเรื่อง ปิศาจจิ้งจอกเก้าหาง
จากโหรหลวงหมดแล้ว พระองค์จึงรับมือได้ทันถ่วงที
โดยทรงดักรออยู่ที่ระเบียงพระตำหนัก
พร้อมด้วยเหล่านักพรตผู้แก่กล้าที่ต่างทำพิธีร่ายมนต์สยบอำนาจ
และนำสุนัขบ้านหลายสิบตัวมาล้างอาถรรพณ์
อย่างไรก็ตาม แม้ ปิศาจจิ้งจอกเก้าหาง
จะอ่อนแรงจนแทบสิ้นชีวิต แต่มันรวบรวมพละกำลังเฮือกสุดท้าย
กลายร่างจริงตัวมหึมาขนทองอร่าม เหาะขึ้นสู่ฝากฟ้า
หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เจ้าชายทรงรอดจากบาปมหัต
ขณะที่พระราชาและราชวงศ์ทรงปลอดภัย

นับจากวันนั้นไม่มีใครพบเห็น ปิศาจจิ้งจอกเก้าหาง อีกเลย
โดยในอินเดียโบราณบางตำนานกล่าวว่ามันไม่คิดจะหวนกลั
บมาที่แห่งนี้อีก แต่บางตำนานก็กล่าวอ้างว่ามันกลับมาเพื่อแก้แค้น
หรือใช้เป็นสถานที่พักรักษาตัว
หลักจากที่มันได้หลบหนีมาจากประเทศจีน…

เทคนิคการตัดใจจากคนรักเก่า

ในชีวิตของมนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้ ล้วนเติบโตมาด้วยความรัก
แค่เพียงวันแรกที่ลืมตาดูโลกคุณก็ได้รับความรักจากพ่อแม่แล้ว
ซึ่งในเมื่อยามเติบใหญ่มุมมองความรักของแต่ล่ะคนก็เปลี่ยนไป
โดยเฉพาะในช่วงของวัยรุ่นที่เริ่มจะมีความรักในเชิงหนุ่มสาว
ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครทุกคนบนโลกที่จะสมหวังกับความรักไปซะทุกๆอย่าง
เมื่อมีรักย่อมมีทุกข์มีการจากลา ถือเป็นเรื่องธรรมดา
แต่ก็ยังคงมีใครหลายๆคน ที่ยังยึดมั่นในความรัก
แม้ว่าคนที่เขารักจะได้รับเขาและไม่ได้อยู่กับเขาแล้วก็ตาม
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร
วันนี้เราจะมาพูดถึงเทคนิคที่จะช่วยให้คุณลืมคนรักเก่าและไปเริ่มต้นชีวิตความรักครั้งใหม่มาฝากกัน
เพราะชีวิตนั้นแสนสั้นและไม่ควรเอาเวลาที่มีไปรอคนๆเดียว
1.ยอมรับความจริง
เป็นเรื่องที่พูดง่ายๆ แต่การกระทำนั้นสุดแสนจะยากเหลือเกิน
สำหรับคนที่ยังรักอยู่ เมื่อถึงวันต้องจากลา
อันดับแรกคุณต้องยอมรับความจริงเสียก่อนว่า คนๆนั้นไม่ได้รักเราแล้ว
ไม่ใช่คนๆเดิมของเราอีกต่อไป แรกๆจะเกิดการต่อต้าน
แต่ว่านานวันไปคุณก็จะชินเองและมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา
2.เวลาเยียวทุกสิ่ง
การที่เราจะลืมใครสักคนและเปลี่ยนความรู้สึกจากรักให้เป็นไม่รัก
จำเป็นต้องใช้เวลา จริงอยู่ว่าข้อนี้อาจจะใช้สำหรับคนบางคนไม่ได้
แต่ทว่าเวลานั้นจะช่วยบรรเทาอาการเจ็บของคุณให้ดีขึ้นไม่มากก็น้อย
ซึ่งเราต้องเชื่อมั่นว่าตัวเองจะทำได้เพื่อชีวิตใหม่ที่ดีกว่า
3.ตัดการติดต่อทุกอย่างทิ้งสิ่งของ
การตัดช่องทางในการติดต่อทุกอย่างกับเขา อาจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด
เพราะในช่วงแรกๆ คุณจะโหยหาคนที่ทิ้งคุณไปอย่างมาก
หากคุณสามารถทำได้เลยด้วยการลบ เฟสบุ๊ค, ไลน์, อินสตาแกรม,
เบอร์โทรศัพท์ต่างๆ และจงจำให้ขึ้นใจว่าอย่ามือบอนเข้าไปส่องเสียล่ะ
นอกจากนี้สิ่งของต่างๆที่เกี่ยวกับเขา ก็ควรที่จะทิ้งไป
หากคุณทิ้งไม่ลงก็เก็บยัดใส่กล่องเอาไว้ก็ได้
4.กลับมารักตัวเองให้มากที่สุด
ในเมื่อเขาไม่รักเรา การกลับมารักตัวเองเป็นเรื่องที่ดีที่สุด
ไม่มีใครที่จะรักคุณได้มากกว่าตัวของคุณเอง
อย่าหาเหตุผลว่าทำไมเขาถึงทิ้งเอาไป เราอ้วนใช่ไหม, ไม่หล่อ, ไม่สวย
หรือไม่รวย จงเป็นตัวของตัวเองอย่าเปลี่ยนแปลงเพื่อใคร
จงเปลี่ยนแปลงเพื่อตัวเองเท่านั้น
5.อยู่กับเพื่อนหาใครสักคนเพื่อระบายความในใจ
คนที่อกหักถูกทิ้งในช่วงแรกๆ มักจะสับส้นวุ่นวาย
อยากที่ระบายออกมาเป็นคำพูด การอยู่กับเพื่อนก็ช่วยให้เราดีขึ้นได้
อย่างน้อยก็มีคนให้เราระบายความอัดอั้นในใจ
แต่ก็ระวังด้วยบางทีอาจจะรบกวนเพื่อนมากเกินไป
จะพูดอะไรก็ควรพูดให้พอดี…

ยาคุมอีกหนึ่งทางเลือกช่วยคุมกำเนิด

ต้องยอมรับเลยว่าปัญหาการตั้งครรภ์ ก่อนวัยอันควรคือปัญหาที่คุกคามสังคมไม่น้อย
ซึ่งกลายเป็นปัญหาระดับชาติที่ส่งผลกระทบในวงกว้างอย่างมกามาย
เพราะส่วนหนึ่งเนื่องจากคนไทยยังขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องการคุมกำเนิด
และหลายคนอายที่จะเข้าไปซื้อยาคุมหรือถึงยางอนามัย ซึ่งมันส่งผลเสียมากกว่านั้นในภายหลัง
โอกาสในการตั้งครรภ์ของผู้หญิงหลังจากหยุดกินยาคุมกำเนิดนั้น
ขึ้นอยู่กับชนิดของยาคุมกำเนิดที่กิน
ยาคุมกำเนิดหลายยี่ห้อจะมีปริมาณฮอร์โมนแตกต่างกันไป ดังนั้น จึงควรปรึกษาแพทย์ว่า
ถ้ากินยาคุมกำเนิดแบบนี้จะต้องหยุดกินตอนไหนเพื่อให้ตั้งครรภ์
การศึกษาเกี่ยวกับการตั้งครรภ์หลังหยุดกินยาคุมกำเนิด
จากการวิจัยพบว่า 96% ของผู้หญิงที่เคยกินยาคุมกำเนิด จะสามารถตั้งครรภ์ภายใน 6-12 เดือน
การทำงานของยาคุมกำเนิดนั้นคือ เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ โดยเมื่อกินยาคุมกำเนิดเข้าไป
ฮอร์โมนในยาคุมกำเนิดซึ่งได้แก่ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen)
และฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone)จะทำงานร่วมกันในงานคุมกำเนิด
คุณแม่มือใหม่ที่ร่างกายแข็งแรงสามารถกินยาคุมกำเนิดได้เหมือนกับสาวๆ คนอื่นๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น
ก็ต้องปรึกษาคุณหมอเพราะการกินยาคุมกำเนิดทันทีหลังคลอด
อาจมีผลข้างเคียงจากการกินยา จนส่งผลต่อสุขภาพของคุณแม่มือใหม่
เรื่องที่มาคู่กับการกินยาคุมกำเนิดของคุณแม่มือใหม่ ก็คือเรื่องการมีเพศสัมพันธ์
ไม่ว่าจะคลอดลูกด้วยการผ่าคลอดหรือคลอดธรรมชาติ ร่างกายก็ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูร่างกาย ดังนั้น
ถ้าต้องการมีเพศสัมพันธ์ควรรอให้ร่างกายหายดี
กลับมาแข็งแรงเป็นปกติก่อน ซึ่งผู้หญิงส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์
หลังคลอดในการพักฟื้นร่างกาย ส่วนเรื่องความต้องการที่จะมีเพศสัมพันธ์นั้นขึ้นอยู่กับผู้หญิงแต่ละคน
และขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัย เช่น ความเจ็บปวด ความกลัว หรือความเหนื่อยล้า
ก็จะทำให้ไม่ต้องการมีเพศสัมพันธ์อีกไปซักพักหนึ่ง
แต่ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถกินยาคุมได้ เพราะผู้หญิงที่มีประวัติเป็นโรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับเกล็ดเลือด มะเร็งเต้านม โรคตับ
หรือผู้หญิงที่สูบบุหรี่ ที่มีอายุมากกว่า 35 ปี ไม่ควรกินยาคุมกำเนิด นอกจากนี้ผู้หญิงที่มีความดันสูง เป็นโรคเบาหวาน
คอเลสเตอรอลสูง หรือมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด ไม่ควรที่จะกินยาคุมกำเนิด
อาจใช้วิธีการคุมกำเนิดวิธีอื่น เช่น สวมถุงยางอนามัยแทนก็ได้…

รวมไอเดียสุดเซอร์ไพรส์ ขอคนรู้ใจแต่งงาน

การแต่งงาน ถือเป็นช่วงเวลาที่พิเศษสำหรับคู่รักหลายๆ คู่
และการจะขอคนรู้ใจก็ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำ หนุ่มๆ หลายๆ คนอาจจะคิดว่า
การจะทำให้ช่วงเวลาเหล่านี้ออกมาให้ประทับใจต้องทำอย่างไร
วันนี้เรารวบรวมไอเดียดีๆ มาให้คุณเลือกแล้ว

1. ขอแต่งงานจากสิ่งที่เธอชอบ
ถือเป็นวิธีที่เหมาะสำหรับหนุ่มขี้อาย เช่น หากแฟนคุณเป็นคนที่ชอบทานขนมหวาน
ให้ลองเตี๊ยมกับทางร้านว่าให้ใช้แก้ว หรือจานพิเศษที่เขียนข้อความไว้ที่ก้นจาน
หรือก้นแก้วว่า แต่งงานกันนะแล้วเสิร์ฟให้กับอาหารของเธอ เมื่อทานหมด
เธอก็จะเจอข้อความที่คุณเขียนไว้

2. ขอแต่งงานในวันพิเศษ
อาจเป็นอะไรที่คาดเดาได้ง่าย แต่ก็น่าประทับใจไม่น้อย เช่น วันเกิดเธอ
หรือวันครบรอบที่คบกัน ลองชวนเธอทานอาหารในร้านที่โรแมนติก
หรืออาจเป็นสถานที่ทีพิเศษของคุณสองคน
แล้วคุณก็เตรียมแหวนใส่ไปในกระเป๋าของเธอ เมื่อถึงเวลาทานข้าวเสร็จเตรียมเช็คบิล
ให้แกล้งลืมกระเป๋าตังค์ พอเธอเปิดกระเป๋าของเธอก็จะเห็นกล่องแหวนของคุณทันที
แค่คิดก็เซอร์ไพรส์แล้ว

3. สั่งทำของหวานโดยใส่แหวานไว้ข้างใน
หากหวานใจของคุณชอบขนมหวาน ลองสั่งทำขนมที่มีข้อความที่จะขอแต่งงาน
หรือใส่แหวนแต่งงานไว้บนขนมหวานด้วย เช่น ลองสั่งทำเค็กชิ้นเล็กๆ
เป็นรูปกล่องใส่แหวน จากนั้นก็ค่อยใส่แหวนจริงๆ ของคุณลงไป

4. วางแผนเซอร์ไพรส์นอกสถานที่
ลองชวนว่าที่เจ้าสาวของคุณไปเที่ยวทะเลด้วยกัน
ใช้เวลายามเย็นในบรรยากาศทีสุดโรแมนติค ชวนไปเดินเล่นที่ชายหาด
แล้วให้กลุ่มเพื่อนของคุณแอบยืนรอคุณพอเพื่อที่จะชูป้าย “แต่งงานกันนะ”
พร้อมทั้งคุกเข่าต่อหน้าเธอทันที

5. ใช้หนังสือเป็นสื่อกลาง
หากหวานใจของคุณคือสาวนักอ่านแล้ว
เป็นเรื่องง่ายเลยที่จะขอเธอแต่งงานโดยให้คุณซื้อของขวัญให้เป็นหนังสือ
โดยอาจนำหนังสือมาเจาะรูตรงกลาง และใส่แหวนไว้ข้างใน
นำไปมอบให้เธอเหมือนซื้อหนังสือให้โดยปกติ พอตอนที่เธอกำลังจะเปิดหนังสือ
ก็เป็นช่วงเวลาของคุณที่จะคุกเข่าขอแต่งงานได้เลยทันที

6. สั่งอาหารเดลิเวอรี่
ลองโทรสั่งอาหารเดลิเวอรี่ ต่างๆ ให้ไปส่งให้เธอในที่ทำงาน
แล้วคุณก็แอบเอาแหวนไปใส่แทนอาหาร
โดยคุณอาจเตี๊ยมกับคนที่ออฟฟิศของเธอให้ช่วยทำเนียนๆ โดยให้คุณแอบอยู่ด้านนอก
พอเธอเปิดกล่องทานเห็นแหวนพร้อมข้อความขอแต่งงาน
คุณก็ค่อยแสดงตัวพร้อมเดินถือช่อดอกไม้ไปให้เธอได้เลย…

รวมเพลงรักความหมายดี เหมาะไว้เปิดในงานแต่ง – ตอนที่ 2

เชื่อว่าหลายๆ คนเมื่อได้ไปงานแต่ง มักจะได้ยินเพลงรักฮิตๆ คล้ายๆ กัน เช่น ของขวัญ,
หากันจนเจอ หรือเพลงอย่างคู่ชีวิต
ซึ่งไม่ผิดถ้าจะบอกว่าเพลงเหล่านี้เป็นเพลงชาติสำหรับงานแต่งไปเรียบร้อยแล้ว
สำหรับใครที่อยากลองหาเพลงเพราะๆ ความหมายซึ้งๆ ไม่ซ้ำงานไหน เพลงเพราะๆ
จากในตอนที่แล้วยังไม่หมด เรามาติดตามกันต่อในตอนที่ 2 กันเลย

5. อย่าเปลี่ยนไป – โรส ศิรินทิพย์ feat. ต้อล วันธงชัย
เนื้อเพลงที่ร้องว่า “ให้เธอรู้มีเธอคนเดียว ที่ฉันรักหมดใจ ถ้าเธอให้สัญญาด้วยหัวใจ
ข้อเดียวเพียงเท่านี้ได้หรือไม่ อย่าเปลี่ยนไป” แค่เพียงท่อนเดียวก็พอจะบอกได้แล้วถึง
จุดเริ่มต้นของความรักมักเกิดขึ้นจากการเป็นคนรู้จักกัน
เปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์เป็นคน คนรัก
จนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่คือการเป็นคู่ชีวิต
แต่หลังจากนี้เชื่อว่าหลายคนอาจจะไม่อยากให้อะไรเปลี่ยนแปลงอีกแล้ว
เพื่อจะได้อยู่ดูแล และรักกันอย่างนี้ตลอดไป

6. เราสองคนบนทางแห่งรัก – Mr. Team (Ost. ทางเดินแห่งรัก)
เพลงซึ้งๆ ความหมายดีเพลงนี้
พูดถึงคำสัญญาระหว่างคู่รักที่ตัดสินใจร่วมทางเดินชีวิตไปด้วยกัน
ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ก็จะคอยอยู่ข้างๆ และฝ่าฝันไปด้วยกัน มีเนื้อเพลงดีๆ ที่ว่า
“จับมือฉัน จับกันไว้ ให้เชื่อใจว่าฉันจะเคียงข้างเธอ สุขหรือทุกข์ที่เราเจอ
เธอและฉันมีกันและกันเรื่อยไป เราสองคนบนทางแห่งรัก”
หากเปิดเพลงนี้คลอไปกับตอนคู่บ่าวสาวเดินจับมือเข้างานมาด้วยกัน
คงเป็นภาพที่ประทับใจมากๆ แน่นอน

7. คนที่ฟ้าส่งมาให้รักกัน – ละอองฟอง
เพลงรักอารมณ์ดีที่เจ้าของเพลงได้แต่งไว้แล้วนำไปร้องเซอร์ไพร้ส์เจ้าบ่าวในงานแต่งจริงๆ
หลายคนอาจเคยสงสัยว่าคุณและคนรักมาพบเจอกันได้อย่างไร
แต่สุดท้ายแล้วก็คงต้องขอบคุณฟ้าที่ส่งให้คุณสองคนมาเจอกันและรักกัน

8. คู่ชีวิต – Superbaker
เพลงหวานสุดซึ้ง โดยเฉพาะเนื้อเพลงที่บอกว่า “ตั้งแต่วันที่ได้พบเธอ จะอีกนานเพียงใด
จากวันแรกเจอ ฉันเชื่อเสมอว่าเธอคือคู่ชีวิต”
เหมาะอย่างยิ่งหากจะนำเพลงนี้ไปใช้ในวิดีโอพรีเซนเทชั่น
หรือใช้ร้องในงานก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีทีเดียว…

สิ่งที่ควรรู้ก่อนแต่งงาน

งานแต่งงาน ใครๆก็อยากจะสวยที่สุดกันทั้งนั้น เพราะเป็นงานที่สำคัญที่สุดในชีวิตของผู้หญิงเรา
ความสวยไม่อาจเสกได้ในเร็ววัน หากคุณกำลังเป็นว่าที่เจ้าสาว
สิ่งแรกที่คุณจะลืมไม่ได้เลยคือการดูแลใส่ใจผิวหน้าก่อนที่จะถึงวันแต่งงาน
ถึงแม้คุณจะต้องเตรียมตัววางแผนงานแต่งงาน เลือกชุดเจ้าสาว เลือกช่างหน้า ทำผม หรืออะไรอีกมากมายก็ตาม
แต่เรื่องความสวยความงามไม่มีตัวช่วยให้คุณเลือก คุณต้องดูแลใส่ใจด้วยตัวเอง หากอยากเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุด
ก็ต้องรู้จักดูแลผิวของตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อที่คุณจะได้เป็นเจ้าสาวที่สวยสมบูรณ์แบบในวันแต่งงาน
1.กำหนดค่าใช้จ่ายคร่าวๆ ที่ต้องใช้เพื่อความสวยความงาม สำหรับงานแต่ง ทั้งเรื่องช่างแต่งหน้า ทำผม
และอย่าลืมค่าใช้จ่ายการเข้าคอร์สเจ้าสาว ประเภทคอร์สนวดหน้า นวดตัว ขัดผิว ลดน้ำหนัก

2.เริ่มหาแรงบันดาลใจสำหรับพิธีแต่งงานในฝัน เช่นการเปิดหนังสือหาแบบชุดแต่งงานที่ชอบ
การคัดเลือกธีมงานแต่งที่อยากจะให้เป็น โดยการคั่นหน้าหนังสือ ที่เราชอบเอาไว้
จะได้เอาไว้ปรึกษาหารือกับเจ้าบ่าว หรือไม่ก็เอาไว้คุยกับ เวดดิ้งแพลนเนอร์ เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน
3.ตัดสินใจ ว่าเราจะไปแต่งหน้าทำผมที่ร้าน หรือว่าจะนัดให้ช่างทำผมมาทำให้ที่งานเลย
4.ความสวยบนใบหน้าเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนั้น เราก็ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องฟันด้วย ลองไปหาหมอฟัน
ให้ตรวจดูสุขภาพฟัน ให้ขาวสวยสมบูรณ์แบบดูสิ
5.ถ้าอยากจะเปลี่ยนทรงผม หรือว่าเปลี่ยนสีผมใหม่ ให้ลองใช้เวลาช่วงนี้ทำไปก่อนได้เลย ถ้าสวยก็ถือว่าดีไป
แต่ถ้าไม่เวิร์ค อย่างน้อยก็มีเวลาแก้ไขทัน ก่อนจะถึงวันงาน
6.วางแผนออกกำลังกาย ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ หรือไม่เคยออกกำลังกายเลย
แต่ช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาที่คุณต้องวางแผนออกกำลังกายอย่างหนัก
เพราะการมีแพลนออกกำลังกายที่ดีไม่เพียงทำให้คุณกลายเป็นเจ้าสาวหุ่นดี
ร่างกายแข็งแรงพร้อมรับศึกหนักในวันแต่งงาน
7.ทำทรีตเมนต์สม่ำเสมอ หน้า ถือเป็นส่วนสำคัญที่สาวๆ ฉะนั้น 2-3 เดือนก่อนถึงงานแต่ง
ควรเริ่มทำทรีตเมนต์ใบหน้า ซึ่งการทำ Microdermabrasion หรือการกรอผิวจะเป็นวิธีที่ช่วยให้รอยแดง
รอยสิวบนใบหน้าควรทำทรีตเมนต์เป็นประจำ
สิ่งที่ต้องเตรียมตัว ก่อนถึงงานแต่งงาน 1-2 วัน
1.เข้าร้านทำเล็บ ให้ตัดเล็บให้เรียบร้อย ถ้าไม่ได้เลือกแบบเล็บที่ยุ่งยากมาก
ก็ควรจะทาเล็บให้เสร็จเลยภายในช่วงเวลานั้น แล้วก็ควรจะมีสียาทาเล็บนั้นๆ ติดตัวไปในวันงานด้วย
เผื่อว่าเกิดการลอก หรือหลุดไป จะได้เติมได้ทัน
2.สระผมเป็นครั้งสุดท้ายก่อนวันงานแต่งงาน ผมที่สกปรกหน่อย
คือผมที่จัดทรงง่ายและอยู่ทรงกว่าผมที่เพิ่งผ่านการสระใหม่ๆ
3.ปรึกษาช่างทำผม ว่าควรจะใช้ครีมบำรุงอะไรหรือไม่ มาร์คหน้าในช่วงกลางคืน แต่ต้องให้แน่ใจด้วย
ว่าไม่มีอาการแพ้มาร์คตัวนั้น…

เสริมดวงความรักประจำวันเกิด

หลายคนพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสริมดวงความรักและขอเนื้อคู่-คนรักมาหลายปี
แต่ก็ยังตกอยู่ในราศีชวด หรือยังนกกันอยู่
รวมถึงคนที่มีคู่แล้วแต่ระหองระแหง งอนง้อกันไม่จบสิ้น
หรือมีแนวโน้มว่าอีกฝ่ายทำตัวเหินห่าง
แม้ว่าปัญหาดังกล่าวอาจเกิดจากลักษณะนิสัยใจคอที่ไม่เหมือนกัน
ความเข้าใจกัน
แต่การเลือกใช้สีที่ส่งเสริมให้ดวงความรักของเราแข็งแกร่ง
ก็อาจทำให้สถานการณ์อะไรดีขึ้นได้ สำหรับคนที่มีแต่คนเข้ามาคุย
แต่ไม่ว่าใครก็ยังไม่ถูกใจสักที
อาจใช้คำแนะนำเหล่านี้พกของที่ช่วยเสริมดวงความรัก
ให้เจอคนที่เข้าตาก็เข้าท่าดีไม่นน้อย ดังนั้นลองมาเสริมดวงให้เราพบเนื้อคู่ความรัก
และนำพาความสงบมาสู่ชีวิตคู่ด้วยการเลือกสีให้เป็นมงคลตามวันเกิดดีกว่า

วันอาทิตย์
ผู้หญิงที่เกิดวันอาทิตย์ – ให้ใช้สีเทาหรือดำในการเสริมดวงเนื้อคู่
ผู้ชายที่เกิดวันอาทิตย์ – ให้ใช้สีเขียวในการเสริมดวงเนื้อคู่

วันจันทร์
ผู้หญิงที่เกิดวันจันทร์ – ให้ใช้สีฟ้าหรือสีน้ำเงินในการเสริมดวงเนื้อคู่
ผู้ชายที่เกิดวันจันทร์ – ให้ใช้สีเทาหรือดำในการเสริมดวงเนื้อคู่

วันอังคาร
ผู้หญิงที่เกิดวันอังคาร – ให้ใช้สีแดงในการเสริมดวงเนื้อคู่
ผู้ชายที่เกิดวันอังคาร – ให้ใช้สีแสดในการเสริมดวงเนื้อคู่

วันพุธ
ผู้หญิงที่เกิดวันพุธ – ให้ใช้สีเหลืองในการเสริมดวงเนื้อคู่
ผู้ชายที่เกิดวันพุธ – ให้ใช้สีเทาหรือดำในการเสริมดวงเนื้อคู่

วันพฤหัสบดี
ผู้หญิงที่เกิดวันพฤหัสบดี – ให้ใช้สีเขียวในการเสริมดวงเนื้อคู่
ผู้ชายที่เกิดวันพฤหัสบดี – ให้ใช้สีแดงในการเสริมดวงเนื้อคู่

วันศุกร์
ผู้หญิงที่เกิดวันศุกร์ – ให้ใช้สีแสดในการเสริมดวงเนื้อคู่
ผู้ชายที่เกิดวันศุกร์ – ให้ใช้สีชมพูในการเสริมดวงเนื้อคู่

วันเสาร์
ผู้หญิงที่เกิดวันเสาร์ – ให้ใช้สีชมพูในการเสริมดวงเนื้อคู่
ผู้ชายที่เกิดวันเสาร์ – ให้ใช้สีฟ้าหรือสีน้ำเงินในการเสริมดวงเนื้อคู่

ดังนั้นการใช้สีในการเสริมดวงเนื้อคู่ให้ดูว่าคุณเกิดวันอะไร เช่น
คุณเป็นผู้หญิงเกิดวันอาทิตย์ การเสริมดวงเนื้อคู่ต้องใช้สีเทาหรือสีดำ
อาจจะเลือกรองเท้าหนังสวย ๆ ที่คู่ของคุณสามารถใส่ออกงานได้
หรือหากยังอยู่ในช่วงคุย ๆ กัน อาจเลือกเสื้อยืดสีเทาเรียบ ๆ
ดูมีสไตล์เป็นของขวัญให้กับฝ่ายชายก็ได้ ในขณะเดียวกัน
หากคุณเป็นผู้ชายวันศุกร์ กำลังเล็งสาวน่ารักใกล้ตัวอยู่
อาจจะเลือกดอกกุหลาบสีชมพูไปขอความรัก หรือใช้ของแทนใจที่มีสีชมพู
เช่น แก้วน้ำ เคสโทรศัพท์ กล่องดินสอ ที่มีสีชมพูอยู่ก็จะช่วยเสริมดวงเนื้อคู่
และเพิ่มโอกาสที่จะสำเร็จ ไม่ตกในปีนักษัตรชวด
ยังไงก็ขอให้สมหวังในความรักันทุกคนนะคะ…

ความรัก ดอกกุหลาบ กับความหมายที่แตกต่าง

การแสดงความรักนอกจากการกระทำ
และคำพูดที่สร้างความผูกพันระหว่างกันแล้ว
การแสดงความรักผ่านการกระทำอาจทำได้โดยการใช้ดอกไม้เป็นตัวแทน
ซึ่งดอกไม้ที่นิยมมอบให้กันและกันนั้นคงหนีไม่พ้น ดิกกุหลาบ
ซึ่งแต่ละสีนั้นก็มีความหมายที่ต่างกันไป
ลองมารู้จักความหมายที่ลึกซึ้งผ่านดอกกุหลาบแต่ละสีกันค่ะ
กุหลาบนั้นมาจากคำว่า คุล ที่ในภาษาเปอร์เซียแปลว่า สีแดง ดอกไม้
หรือดอกกุหลาบ โดยในภาษาฮินดีก็มีคำว่า คุลแปลว่าดอกไม้
และคำว่า คุลาพ ก็หมายถึงกุหลาบอย่างที่ไทยเราเรียกกัน แต่ออกเสียงเป็น
กุหลาบ ส่วนคำว่า Roseในภาษาอังกฤษนั้นมาจากคำว่า Rhodon
ที่แปลว่ากุหลาบในภาษากรีก

1. ดอกกุหลาบสีแดง หรือ Red Rose
ดอกกุหลาบสีแดง บ่งบอกถึงการตกหลุมรักหรือแอบปลื้มใครซักคน
เป็นสื่อแทนใจเพื่อจะบอกให้รู้ว่ามีคนกำลัง แอบปลื้มอยู่ มีความรักที่สุดแสน
จะลึกซึ้ง  มั่นคง เรียกได้ว่าความรักนั้น ไม่มีวันจืดจางไป
จากหัวใจ  กุหลาบเป็นดอกไม้ของกามเทพ คิวปิด และอีรอส
เป็นสิ่งนำโชคนำความรักมาให้แก่หญิงหรือชายที่ได้รับ

2. ดอกกุหลาบสีเหลือง หรือ Yellow Rose
ดอกกุหลาบสีเหลือง เป็นตัวแทนแห่งมิตรภาพ สื่อถึงความห่วงใยของผู้ให้
แสดงถึงความปรารถนาดี ต้องการให้สุขภาพแข็งแรง
มีความสุขสดชื่น หลายคนเชื่อว่าเป็นดอกไม้ที่ใช้สำหรับเยี่ยมคนป่วย
แต่ก็สามารถให้กับเพื่อนเนื่องในโอกาสพิเศษได้เช่นกัน

3. ดอกกุหลาบสีขาว หรือ White Rose
ดอกกุหลาบสีขาว แสดงถึงความรักที่ใสสะอาด บริสุทธิ์
น่าทะนุถนอมโดยไม่คิดเลยว่าความรักที่มอบให้ไปนั้น
จะได้ความรักตอบกลับมาหรือเปล่า
นิยมใช้เพื่อแสดงความรักที่จริงใจของตนเอง เช่น
ผู้ใต้บังคับบัญชามอบให้เจ้านาย ศิษย์มอบให้ครูบาอาจารย์ ลูกมอบให้พ่อแม่

4. ดอกกุหลาบสีชมพู หรือ Pink Rose
ดอกกุหลาบสีชมพู เป็นความโรแมนติกที่แสดงถึงความรักที่หวานซึ้งที่ผู้ให้มี
ต่อผู้รับ แต่ก็อย่าเพิ่งดีใจ เพราะว่ามันไม่ได้เป็นความรักที่ลึกซึ้ง
แค่เป็นเพียงรักที่ฉาบฉวยต้องการเปลี่ยนแปลงเพื่อแสวงหาสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดเท่านั้นเอง

5. ดอกกุหลาบสีส้ม หรือ Orange Rose
ดอกกุหลาบสีส้ม สื่อให้เห็นถึงความสดใส ความเป็นตัวของตัวเอง ของผู้รับ
เมื่ออยู่ใกล้แล้วทำให้รู้สึกอบอุ่น
และยังบ่งบอกความในใจถึงความรักและสิ่งที่ผ่านมาด้วย

6. ดอกกุหลาบสีม่วง หรือ Purple rose
ดอกกุหลาบสีม่วงสื่อความหมายได้หลากหลายอย่างมาก
อาจหมายถึงความสง่างาม มีสเน่ห์ รวมถึงความสำเร็จในหน้าที่การงาน
หรือความสำเร็จในชีวิต

7. ดอกกุหลาบสีน้ำเงิน หรือ Blue rose
ดอกกุหลาบสีน้ำเงินค่อนข้างเศร้า
เนื่องจากหมายถึงความรักที่ไม่สามารถเป็นไปได้
การถูกปฏิเสธอย่างหนักแน่น
แต่อย่างไรก็ตามดอกกุหลาบสีน้ำเงินยังเป็นตัวแทนความมั่นคงในความรัก
และเฝ้ารอตลอดไป

8. ดอกกุหลาบสีดำ หรือ Black rose
ดอกกุหลาบสีดำนั้นมีความหมายตรงข้ามกับสี
กุหลาบนี้หมายถึงความรักชั่วนิรันดร์ ความรักที่จะคงอยู่ตลอดไป
และไม่มีใครมาแทนที่ได้…

รู้จัก พระแม่พหุชรา เทวีแห่งความหลากหลายทางเพศ

พหุชรา เป็นเทวีท้องถิ่น ซึ่งต่อมาถูกนำมารวมกับนิกายศักติ
ถือว่าเป็นภาคหนึ่งของพระแม่แห่งจักรวาลที่ได้รับการกราบไหว้บูชาทั่วอินเดีย
ประติมานวิทยาของเธอคล้ายกับเทวีในนิกายศักติทั่วไป ที่มี 4-8แขน 2 ขา
ส่วนในมือถือตรีศูล ดาบ อาวุธจำนวนมาก คัมภีร์ ดอกบัว
มีมือสักมือที่ว่าจากอาวุธทำท่าประทานพร ขี่ไก่ตัวผู้เป็นพาหนะ
อันเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และค่านิยมทางศาสนาที่มักจะให้เทพมีพาหนะเป็นสัตว์
ชีวประวัติเล่าว่า พหุชรา ถือกำเนิดในวรรณสูง ‘วรรณจรัญ’
ที่ประชากรส่วนใหญ่อยู่ในรัฐราชสถานและคุชราต
ตะวันตกของอินเดีย กล่าวกันว่าครั้งหนึ่งโจรร้ายพยายามข่มขืนเธอ
เพื่อไม่ให้ความเป็นหญิงของเธอถูกล่วงละเมิดทางเพศ
เธอจึงคว้าดาบมาเฉือนเต้านมตัวเอง แต่บางตำนานกล่าวว่า พหุชรา
จับได้ว่าสามีแอบเข้าไปในป่าเพื่อไปมีเพศสัมพันธ์แบบรักเพศเดียวกัน
ด้วยความโกรธแค้นเสียใจ เธอจึงสาปสามีจนอวัยวะเพศชายร่วงตกลงมา
จากนั้นได้บังคับสามีแต่งหญิงไปตลอด
ขณะที่อีกตำนานมีอยู่ว่ากษัตริย์ผู้พ่อบวงสรวงขอพรจาก
พหุชรา ให้ได้บุตร แต่เมื่อได้บุตรสมใจ
เจ้าชายผู้นั้นที่เกิดมาเป็นเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
เมื่อเจ้าชายโตเป็นหนุ่ม พหุชรา ก็ได้มาเข้าฝันและสั่งให้สักการบูชาเธอ
พร้อมมีอัตลักษณ์แบบผู้หญิงเพื่อเป็นการรักษา
ไม่เช่นนั้นจะสาปให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศไปอีก 7 ชาติ
บ้างก็ว่าเธอสั่งให้เขาตัดจู๋ออก
และแต่งหญิงเพื่อให้พ้นจากสภาพความเป็นชายอันจำกัดจำเขี่ย
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าตำนานจะเป็นเช่นไร พหุชรา
ก็ได้รับการยอมรับว่าเป็นเทวีประจำ ‘ฮิจรา’
สำหรับผู้ซึ่งไม่ใช่ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่เป็นอีกเพศสภาพหนึ่ง
โดยมีประชากรจำนวนมากในเขตวัฒนธรรมอินเดียเหนือ ที่ได้ผ่านพิธีกรรมทางศาสนา
และกระบวนการตัดอวัยวะเพศชายออก
แต่แม้ ฮิจรา จะไม่ได้รับการยอมรับทางสังคมมากนัก
เพราะถือว่าเป็นคนนอกวรรณะ
ทำให้มีการต่อสู้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตมาอย่างยาวนาน กระนั้น
ฮิจรา ก็ยังคงหยุดอยู่ที่เดิม
และประกอบอาชีพเป็นผู้ให้บริการทางเพศ
เช่นเดียวกับไปเต้นระบำรำฟ้อนอวยพรในงานแต่งงานและแรกเกิดเด็กตามความเชื่อดั้งเดิม
นั่นทำให้ ฮิจรา มีตัวตนและสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกระหว่างความยั่วยวนทางเพศและบำเพ็ญตบะ
การผ่าตัดแปลงเพศของฮิจราเชื่อว่าเป็นไปตามอำนาจบันดาลและ
คำอนุญาตของพระแม่ และกระทำกันในวัดประจำพหุชรา โดยระหว่างการผ่าตัดสดๆ
อันน่าหวาดเสียวผู้ที่จะเป็นฮิจราก็ต้องท่องบนชื่อพหุชราเป็น
การสวดมนต์ เพื่อให้การผ่าตัดสำเร็จลุล่วงด้วยดี พวกเธอรอดตาย
ไม่เสียเลือดจนหมดตัว หรือแผลผ่าตัดติดเชื้อ
พหุชราจึงเป็นเทวีผู้ให้ชีวิตใหม่
ซึ่งด้วยเป็นส่วนหนึ่งของนิกายศักติ
ฮิจรามักบูชาเธอด้วยรูปอวัยวะเพศหญิง ‘โยนี’
ในฐานะศูนย์รวมพลังอันยิ่งใหญ่แห่งจักรวาล
แต่บ้างก็บอกว่าที่ฮิจราบูชาโยนี เพราะพวกเธอปรารถนาเรียกร้อง
‘ความเป็นหญิง’ และการมีอวัยวะเพศหญิง นั่นเอง…

5 สเปคชายในฝันที่หญิงส่วนใหญ่มักจะหลงใหล

หลายคนคงมีปัญหากับเรื่องการจีบสาว
โดยเฉพาะฝ่ายชายที่ไม่ค่อยจะมีความมั่นใจ
รวมไปถึงไม่เข้าใจว่าผู้หญิงนั้นชอบผู้ชายแบบไหน
จะปฏิบัติตัวอย่างไรถึงจะทำให้ได้หัวใจมาครอบครอง
ซึ่งแน่นอนเรื่องของสเปคผู้หญิงนั้นแต่ล่ะคนไม่เหมือนกันอยู่แล้ว
บางคนชอบแบบขาว, หล่อ, ตี๋, บางคนอาจจะชอบผู้ชายแบบคมเข้ม
ก็ว่ากันไป
ซึ่งวันนี้เรามาดู 5 สเปคผู้ชาย ที่สาวๆ ส่วนใหญ่มักจะหลงใหล
หรือเรียกว่าชายในอุดมคติว่าจะเป็นอย่างไรมีอะไรบ้าง
1.ผู้ชายทำอาหารเก่ง
อาจจะดูย้อนแย้ง
เพราะหน้าที่ของการทำอาหารนั้นมักจะเป็นฝ่ายหญิง
แต่ทว่าในยุคปัจจุบันผู้ขายก็มีฝีมือการทำอาหารที่ดีไม่แพ้กัน
ทำให้เดี๋ยวนี้หนุ่มๆมักจะหันมาสนใจเรื่องการทำอาหาร
บางคนทำอร่อยกว่าผู้หญิงซะอีก เห็นได้ตามเชฟในโรงแรม ร้านอาหาร
จะเป็นผู้ชายซะส่วนใหญ่ ลองคิดดูจะฟินขนาดไหน
ถ้าได้กินอาหารรสเลิศจากฝีมือของแฟนตัวเอง
2.ผู้ชายฉลาด, ขยัน, ทำงานเก่ง

ถือว่าเป็นพื้นฐานของผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ต้องการผู้ชายแบบนี้อยู่แล้ว
ผู้หญิงหลายคนไม่ได้ชอบผู้ชายที่รูปร่างหน้าตา แต่ชอบผู้ชายที่สมอง
ยิ่งเรียนเก่ง ทำงานเก่ง ตำแหน่งใหญ่ๆ บริษัทมีชื่อเสียง
ยิ่งทำให้น่าสนใจ ถือว่าเป็นคนมีความสามารถ
ได้มาเป็นแฟนสักคนคงจะฟินไม่น้อย
3.ผู้ชายชอบเที่ยว

ความหมายชองคำว่าชอบเที่ยวในที่นี่ไม่ได้หมายถึงการเที่ยวผับเที่ยวบ

าร์ แต่เป็นการออกไปเที่ยวนอกสถานที่ต่างจังหวัด หรืออะไรก็แล้วแต่
หนุ่มๆสไตล์นี้มักจะเป็นสเปคของสาวๆ
ที่ชอบลุยถ้าได้ผู้ชายที่ชอบท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจล่ะก็
รับรองได้เลยว่าคุณจะไม่ได้อยู่ติดบ้านแน่ๆ
ว่างเมื่อไหร่เป็นต้องออกไปเปิดโลกกว้างกันดูน่าสนุกดี
4.ผู้ชายรักสุขภาพ
เทรนด์สุขภาพกำลังมา หนุ่มๆ สมัยนี้กล้ามเป็นมัดๆ
ซิกแพคเป็นลูกๆ สาวๆ เห็นก็ต้องแอบกลืนน้ำลายเป็นธรรมดา
อย่าคิดว่าเรื่องหุ่นไม่มีผลอะไร บางคนหน้าตางั้นๆ
แต่พอฟิตหุ่นเท่านั้นแหละ ความหล่อไม่รู้มาจากไหน
เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ช่วยคุณได้
5.ผู้ชายที่มีความเป็นผู้นำ

ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยพื้นฐานที่ผู้หญิงหลายคนอยากจะได้มาเป็นคู่ครอง
แม้ว่าโลกปัจจุบันนั้นเลือกเพศจะเท่าเทียมกันแล้ว
แม้ว่าผู้หญิงจะแข็งแกร่งทำงานเก่งหาเงินเก่งขนาดไหน
แต่พวกเธอก็ยังคงต้องการผู้ชายที่มีความเป็นผู้นำเข้ามาในชีวิต
คนที่สามารถจะพาเธอประสบความสำเร็จ ช่วยแบ่งเบาภาระต่างๆ
หรือบางสิ่งที่เธอไม่สามารถตัดสินใจได้เพียงคนเดียว
ก็แน่ล่ะใครจะอยากได้ผู้ชายที่ไม่ทำการทำงานไม่ขยันมาเป็นสามีในอน
าคต ดังนั้นอยากได้แฟนควรมีความขยันและมีความเป็นผู้นำไว้ก่อน…