ชุดแต่งงาน

ชุดแต่งงาน เลือกชุดแต่งงานให้เจ้าสาวรูปร่างอวบ ควรเลือกอย่างไรให้แล้วสวยงามเพิ่มความมั่นใจ

ชุดแต่งงาน ควรเลือกอย่างไรให้แล้วสวยงามเพิ่มความมั่นใจ

ชุดแต่งงาน

เมื่อถึงวันสำคัญในชีวิตของลูกผู้หญิงทั้งที สาว ๆ จะต้องเลือกชุดแต่งงาน ให้ใส่แล้วออกมาสวย และดูดีมากที่สุด แต่สำหรับเจ้าสาวที่มีรูปร่างอวบนั้น หากว่าจะเลือกชุดแต่งงานที่ใส่แล้วมั่นใจ และเหมาะสมกับรูปร่าง ควรที่จะเลือกอย่างไรดี ไม่ต้องวิตกกังวลใจไปค่ะ เพราะว่าวันนี้เรามีเทคนิค ที่จะช่วยเลือก ชุดแต่งงานสำหรับเจ้าสาว รูปร่างอวบมาฝากกันค่ะ ซึ่งรับรองว่าสาว ๆ จะต้องถูกใจอย่างแน่นอน

  • ชุดแต่งงานทรงเอไลน์

ชุดแต่งงานดีไซน์นี้ เป็นชุดแต่งงานที่มีความสวยงาม และ น่าสนใจอย่างมาก เนื่องจากว่ากระโปรงชุดเจ้าสาวทรงนี้ จะช่วยพลางให้สะโพก สะโพกดูสวยงาม และยังช่วยให้ รูปร่างขงเจ้าสาวร่างอวบนั้นดูดี และดูสมส่วนมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย  สาวร่างอวบที่ไม่มีความมั่นใจ ในรูปร่างของตัวเองนั้น จะต้องเลือกชุดเจ้าสาวทรงนี้ และจะช่วยให้สาว ๆ ที่มีรูปร่างอวบใส่ออกมาแล้ว ดูดีอย่าง แน่นอน

  • ชุดแต่งงานทรงหางปลา

ซึ่งเป็นชุดเจ้าสาวที่ มีความสวยงาม และเป็นอีกหนึ่งรูปแบบชุดแต่งงานในฝันของสาว ๆ หลายคนเลยทีเดียว และ ในการเลือกชุดแต่งงานสำหรับคนที่มี รูปร่างอวบนั้น เหมาะอย่างยิ่งที่จะเลือกชุดเจ้าสาวแบบนี้  เนื่องจากชุดแต่งงานทรงหางปลา เป็นทรงที่เก็บรูปร่างให้ชัดเจน ทำให้เห็นส่วนเว้า ส่วนโค้งของสาว ๆ ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งใส่แล้วหุ่นจะดูเป๊ะมากยิ่งขึ้น  นอกจากนี้ชายกระโปรงหางปลา นั้น ก็จะแลดูพลิ้วไหว ดึงดูดสายตาให้จับจ้องมาที่ความงามของเจ้าสาว เพียงคนเดียวในงานด้วยนะคะ ดึงดูดสายตาและ ความโดดเด่นได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว สาวอวบที่อยากหุ่นเป๊ะ  ใส่แล้วปังจะต้องเลือกชุดแต่งงานแบบหางปลานี้นะคะ  

  • ชุดแต่งงานที่มีแขน

แขนใหญ่ สาว ๆ หลายคนกลัวปัญหานี้อย่างมาก เนื่องจากว่า หากว่าถ่ายรูปแล้ว เห็นแขนใหญ่นั้น ก็คงที่จะหมดความมั่นใจไปเลยทีเดียว แต่ปัญหานี้จะหมดไป หากว่าเจ้าสาวเลือกชุดแต่งงานที่มีแขน และเป็นชุดแต่งงานที่จะช่วยปกปิดอำพรางให้เรียวแขนนั้นดูไม่ใหญ่ และยังช่วยให้รูปร่างโดยรวมของเจ้าสาวหุ่นอวบดูสมส่วนมากขึ้น   คาสิโน

นอกจากนี้ การเลือกชุดแต่งงานนั้น เจ้าสาวจะต้องเลือกชุดที่ ใส่แล้วดูเหมาะสม ดูดี และในการเลือกชุดแต่งงาน นั้น เจ้าสาวจะต้องเลือกชุดที่ช่วยอำพรางรูปร่าง ในส่วนที่ไม่มั่นใจ และในตอนนี้ก็ได้มีการดีไซน์ ชุดแต่งงานที่มีความสวยงาม ดูดี น่ารัก และมีความเหมาะสม ดูสวย ดูดี และไม่แก่เกินไปด้วย และยังมีชุดแต่งงานแบบ เจ้าสาวรูปร่างอวบ อีกหลายดีไซน์เลย ที่จะใส่แล้วดูดี

 

 

 

 

 …

เตรียมพร้อมเป็นเจ้าสาว

งานแต่งงาน ใครๆก็อยากจะสวยที่สุดกันทั้งนั้น เพราะเป็นงานที่สำคัญที่สุดในชีวิตของผู้หญิงเรา
ความสวยไม่อาจเสกได้ในเร็ววัน หากคุณกำลังเป็นว่าที่เจ้าสาว
สิ่งแรกที่คุณจะลืมไม่ได้เลยคือการดูแลใส่ใจผิวหน้าก่อนที่จะถึงวันแต่งงาน
ถึงแม้คุณจะต้องเตรียมตัววางแผนงานแต่งงาน เลือกชุดเจ้าสาว เลือกช่างหน้า ทำผม หรืออะไรอีกมากมายก็ตาม
แต่เรื่องความสวยความงามไม่มีตัวช่วยให้คุณเลือก คุณต้องดูแลใส่ใจด้วยตัวเอง หากอยากเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุด
ก็ต้องรู้จักดูแลผิวของตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อที่คุณจะได้เป็นเจ้าสาวที่สวยสมบูรณ์แบบในวันแต่งงาน
1.กำหนดค่าใช้จ่ายคร่าวๆ ที่ต้องใช้เพื่อความสวยความงาม สำหรับงานแต่ง ทั้งเรื่องช่างแต่งหน้า ทำผม
และอย่าลืมค่าใช้จ่ายการเข้าคอร์สเจ้าสาว ประเภทคอร์สนวดหน้า นวดตัว ขัดผิว ลดน้ำหนัก
2.เริ่มหาแรงบันดาลใจสำหรับพิธีแต่งงานในฝัน เช่นการเปิดหนังสือหาแบบชุดแต่งงานที่ชอบ
การคัดเลือกธีมงานแต่งที่อยากจะให้เป็น โดยการคั่นหน้าหนังสือ ที่เราชอบเอาไว้
จะได้เอาไว้ปรึกษาหารือกับเจ้าบ่าว หรือไม่ก็เอาไว้คุยกับ เวดดิ้งแพลนเนอร์ เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน
3.ตัดสินใจ ว่าเราจะไปแต่งหน้าทำผมที่ร้าน หรือว่าจะนัดให้ช่างทำผมมาทำให้ที่งานเลย
4.ความสวยบนใบหน้าเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนั้น เราก็ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องฟันด้วย ลองไปหาหมอฟัน
ให้ตรวจดูสุขภาพฟัน ให้ขาวสวยสมบูรณ์แบบดูสิ
5.ถ้าอยากจะเปลี่ยนทรงผม หรือว่าเปลี่ยนสีผมใหม่ ให้ลองใช้เวลาช่วงนี้ทำไปก่อนได้เลย ถ้าสวยก็ถือว่าดีไป
แต่ถ้าไม่เวิร์ค อย่างน้อยก็มีเวลาแก้ไขทัน ก่อนจะถึงวันงาน
6.วางแผนออกกำลังกาย ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ หรือไม่เคยออกกำลังกายเลย
แต่ช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาที่คุณต้องวางแผนออกกำลังกายอย่างหนัก
เพราะการมีแพลนออกกำลังกายที่ดีไม่เพียงทำให้คุณกลายเป็นเจ้าสาวหุ่นดี
ร่างกายแข็งแรงพร้อมรับศึกหนักในวันแต่งงาน
7.ทำทรีตเมนต์สม่ำเสมอ หน้า ถือเป็นส่วนสำคัญที่สาวๆ ฉะนั้น 2-3 เดือนก่อนถึงงานแต่ง
ควรเริ่มทำทรีตเมนต์ใบหน้า ซึ่งการทำ Microdermabrasion หรือการกรอผิวจะเป็นวิธีที่ช่วยให้รอยแดง
รอยสิวบนใบหน้าควรทำทรีตเมนต์เป็นประจำ

สิ่งที่ต้องเตรียมตัว ก่อนถึงงานแต่งงาน 1-2 วัน
1.เข้าร้านทำเล็บ ให้ตัดเล็บให้เรียบร้อย ถ้าไม่ได้เลือกแบบเล็บที่ยุ่งยากมาก
ก็ควรจะทาเล็บให้เสร็จเลยภายในช่วงเวลานั้น แล้วก็ควรจะมีสียาทาเล็บนั้นๆ ติดตัวไปในวันงานด้วย
เผื่อว่าเกิดการลอก หรือหลุดไป จะได้เติมได้ทัน
2.สระผมเป็นครั้งสุดท้ายก่อนวันงานแต่งงาน ผมที่สกปรกหน่อย
คือผมที่จัดทรงง่ายและอยู่ทรงกว่าผมที่เพิ่งผ่านการสระใหม่ๆ
3.ปรึกษาช่างทำผม ว่าควรจะใช้ครีมบำรุงอะไรหรือไม่ มาร์คหน้าในช่วงกลางคืน แต่ต้องให้แน่ใจด้วย
ว่าไม่มีอาการแพ้มาร์คตัวนั้น…

วิธีตัดใจจากคนที่แอบรัก

1.สารภาพความในใจ
การตัดใจจากคนที่แอบรักได้ดีที่สุดคือ บอกความรู้สึกออกไปเลย การได้ฟังจากปากของคนๆนั้นเอง
จะช่วยให้เราตัดใจง่ายขึ้น เพราะไม่ต้องกังวลว่าเขาจะคิดอย่างไรกับเราอีกต่อไปอีกต่อไป

2.ให้เวลากับตัวเอง
การแอบรักเขาข้างเดียวและเมื่อเขาไม่รักตอบมันย่อมเจ็บปวดไม่ต่างจากการถูก คนรักบอกเลิก
หากเรารู้สึกแย่ขนาดนั้นก็จงอย่าดิ้นรนดื้อรั้นไปรักเขาอีก
ให้รีบพาใจตัวเองกลับมาสู่ความเป็นสามัญโดยอยู่กับตัวเองมากขึ้น คิด วางแผน
คำนึงถึงชีวิตตัวเองในวันข้างหน้ามากกว่าเอาเวลามาปล่อยใจหวนถึงคิดถึงเขา อีกต่อไป
3.ไม่ควรอยู่คนเดียว
หลังจากเศร้ากับตัวเองเสร็จแล้ว จงพาตัวเองก้าวเข้าสู่สังคมรอบๆ
ตัวของคุณบ้างเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ต้องอยู่ตัวคนเดียว ไม่เช่นนั้นอาจจะยิ่งถลำลึกอยู่กับความเศร้าเสียใจ
ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนฝูง เพื่อนสนิทหรือแม้แต่คนในครอบครัวก็สามารถช่วยคุณประคองควา
รู้สึกได้ดีไม่แพ้กันและแน่นอนว่ามันย่อมดึงสภาพจิตใจคุณให้กลับมาอยู่กับ ตัวคุณเองได้มากขึ้น
4.ทำในสิ่งที่อยากทำ
แทนที่จะนั่งจมกับความรู้สึกย่ำแย่เปลี่ยนเป็นเอาเวลามาพัฒนาตัวเองดีกว่า จะเรียนภาษา อ่านหนังสือ
เล่นกีฬา ฟิตหุ่นให้เฟิร์ม หรือจะดูแลตัวเองให้สวยขึ้น จนเมื่อความรู้สึกจางไปเอง

5.หาเป้าหมายใหม่
ไม่ต้องปิดใจตัวเอง เพราะคุณสามารถมองหาคู่เดทคนใหม่ที่ดีกว่าเขาได้เช่นเดียวกัน
อย่าลืมว่าเมื่อคุณมีคุณสมบัติเพียบพร้อม สวยงามดูดีตั้งแต่ภายในสู่ภายนอก
6.หาข้อเสียในตัวเขา
หาข้อเสียในตัวของเขาให้เจอ เช่น เจ้าชู้ มีกลิ่นตัว หรือสิ่งใดก็ตามที่คิดว่าจะทำให้เรามองภาพเขาแย่ลงได้
แล้วถามตัวเองว่ายังจะชอบนิสัยแย่ๆ ของเขาอีกไหมบางทีเราอาจจะพบว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่เรารับไม่ได้
จนไม่อยากให้เค้ามาเป็นแฟนอีก

7.หยุดให้ความหวังตัวเอง
เลิกให้ความหวังลมๆ แล้งๆ บอกตัวเองว่าพอได้แล้ว บอกไปซ้ำๆ ทุกวัน สักวันเราจะยอมรับความจริงได้เอง
และจะไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไป

8.เลี่ยงสิ่งที่ทำให้ยิ่งคิดถึงเขา
หากมีสถานที่ที่ไหน ที่เคยไปด้วยกันสองคนกับเขาหรือแม้แต่รูปถ่ายหรือ กิจกรรมอะไรต่างๆ
ที่เคยทำจนเกิดเป็นความทรงจำที่ดีต่อกันและมันทำให้คุณรังแต่จะคิดถึงเขามาก ขึ้น
วันนี้จงหยุดพาตัวเองข้องเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้น หลีกเลี่ยงแล้วเดินจากมา
ลองห่างไปสักระยะไม่หันไปมองอีกจนกว่าสภาพจิตใจจะดีขึ้น…

จิตวิทยากับความรัก

คุณคิดว่าความรักเป็นเรื่องมีเหตุผลหรือไม่?
มีทฤษฎีอะไรใช้อธิบายความรักได้บ้าง?
ทฤษฎีด้านจิตวิทยาวิวัฒนาการ (evolutionary psychology)
เป็นศาสตร์ที่ใช้ในการอธิบายสภาวะจิตของคน ที่เราเป็นแบบนี้
มีความรู้สึกและพฤติกรรมแบบนี้ เป็นผลมาจากวิธีเอาตัวรอดที่มนุษย์ใช้ในอดีต
เช่นการเลือกคู่เพื่อการสืบพันธุ์ หรือการร้องไห้เพื่อขอความช่วยเหลือสร้างอำนาจต่อรอง
เรื่องของฮอร์โมน ก็ช่วยอธิบายลำดับขั้นของความรักได้ แบ่งได้เป็น 3
ช่วงหลักๆ ตามการทำงานของฮอร์โมน ช่วงแรกคือช่วง ‘ดึงดูด’
เป็นช่วงที่ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนทำงาน คนเราก็จะสอดส่ายสายตาหาคู่ครอง
จากนั้นก็จะขยับเข้าสู่ช่วง ‘ตกหลุมรัก’ ช่วงนี้จะเป็นช่วงโดปามีนหลั่ง
โดปามีนนี่เป็นฮอร์โมนที่รับผิดชอบเรื่อง reward system
คือจะหลั่งเมื่อเรารับเอาของกระตุ้นที่ร่างกายคิดว่าดีต่อร่างกายเข้ามา
เหมือนเวลาเรากินของหวาน เสพยา หรือรักใครสักคน เราก็จะรู้สึกว่าต้องการอยากได้อีก แล้วก็เสพติดสิ่งเหล่านั้น
สุดท้ายคือช่วง ‘ผูกพัน’ซึ่งช่วงนี้เราจะไม่ได้หลงรักจะเป็นจะตายกับแฟนของเราอีกแล้ว
แต่จะเป็นความผูกพันมากกว่า เป็นผลจากออกซิโตซิน
เป็นสารตัวเดียวกันกับที่หลั่ง เวลาที่แม่คลอดลูกใหม่ๆ
ทำให้แม่เกิดความผูกพันกับลูกตั้งแต่แรกเกิด แต่ถึงจะมีการแบ่ง 3 ลำดับขั้น
ก็เป็นไปได้ว่าฮอร์โมนจะทำงานข้ามลำดับได้
เช่นเมื่อเข้าสู่ช่วงผูกพันแล้วโดปามีนหรือเทสโทสเตอโรนจะยังทำงานอยู่
เพียงแต่เราแบ่งเพื่อให้เห็นผลของฮอร์โมนแต่ละตัวชัดเจน
และถ้ามีการแสกนสมองเราจะเห็นการทำงานของสมองแต่ละส่วนเลย
ที่บางคนเรียกกันว่าช่วงโปรโมชั่น ในความสัมพันธ์ก็อาจจะไม่มีจริงเสมอไป
ในเมื่อโดปามีนอาจจะหลั่งอีกเมื่อไหร่ก็ได้
เราสามารถเกิดความรู้สึกตกหลุมรักได้อีกหลายครั้ง แต่ช่วงโปรฯ
ที่เราเรียกกันก็อาจจะคือการหลั่งโดปามีนครั้งแรก
ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่ค่อยเหมาะกับการดำรงชีวิตสักเท่าใดเพราะบางคนทำงานไม่ได้
กินนอนไม่ได้ หลายคนใช้เวลากับเรื่องนี้มากเกินไป
มนุษย์ก็เลยมีวิวัฒนาการที่ทำให้ฮอร์โมนตัวนี้ลดลงมาเมื่อถึงเวลาหนึ่ง
เพื่อให้ชีวิตของเราดำเนินต่อไปได้
หลายๆคนถามว่า แล้วรักแรกพบล่ะ จิตวิทยาอธิบายได้หรือไม่?
รักแรกพบไม่เคยมีคนศึกษามาก่อน
อาจจะเป็นช่วงที่คนสองคนกำลังหลั่งเทสโทสเตอโรนพอดีเลยมีโอกาสดึงดูด
กันและกัน ส่วนเรื่องพรหมลิขิตที่กำหนดว่าคนนี้คู่กับคนนั้น ในเชิงจิตวิทยา
มีการศึกษาว่าลักษณะนิสัยบางอย่างก็มีการดึงดูดกันไม่ได้ถูกกำหนดตายตัวเสมอไป
ความรักจะยั่งยืนหรือคงอยู่ตลอดไปไหม?
ยังไม่มีใครสามารถตอบเรื่องนี้ได้เพราะมนุษย์เรายังวิวัฒนาการไปไม่สุด
แต่เดิมเราวิวัฒนาการมาจากลิงชิมแปนซีเมื่อหกล้านปีที่แล้ว
ซึ่งลิงไม่ใช่สัตว์ประเภทผัวเดียวเมียเดียว ช่วงที่เราเป็นมนุษย์ถ้ำ
เราก็ไม่ได้เป็นแบบผัวเดียวเมียเดียวเหมือนกัน
เพราะการเป็นผัวเดียวเมียเดียวมันปิดโอกาสในการสืบพันธุ์กับสายพันธุ์ที่ดี
ตัวผู้มีหน้าที่กระจายพันธุ์ให้มากที่สุด หน้าที่เลี้ยงลูกเป็นของตัวเมีย
ธรรมชาติกำหนดมาแบบนั้น และสัตว์มันก็เลี้ยงได้ เพราะเกิดมาไม่นาน
ลูกมันก็เดินได้ หาอาหารกินเองได้
แต่พอเป็นมนุษย์กว่าจะดูแลตัวเองได้ ก็ยังต้องเลี้ยงต่อไปอีกหลายปี
มนุษย์เราจึงต้องวิวัฒนาการต่อจากลิง ในเมื่อต้องใช้เวลาเลี้ยงลูกนานกว่า
และแม่คนเดียวเลี้ยงไม่ไหว ก็เลยมีกลไกให้พ่อติดแม่ ให้ผู้ชายติดผู้หญิง
ให้โดปามีนหลั่งอีกครั้งในช่วงตั้งครรภ์ และอาจจะยาวไปจนถึงปีแรก
แล้วจากนั้นก็ค่อยเเปลี่ยนเป็นออกซิโตซิน จริงๆ
เหมือนกับเราอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงอยู่และก็อาจจะวิวัฒนาการต่อไปอีกจากนี้…

รักต้องห้ามต่างวรรณะ…สู่ตำนานถ้ำนางนอน

ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน กลายเป็นทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ไปทั่วโลกตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
จากกรณีที่มีเด็กนักฟุตบอลชาวไทยและโค้ชหนุ่มรวม 13 ชีวิตเข้าไปติดอยู่ในถ้ำนานเกินสัปดาห์
กระทั่งได้รับความช่วยเหลือออกมาได้ซึ่งแน่นอนว่าด้วยความที่ประเทศไทย
มีวัฒนธรรมนับถือผีสางนางไม้ ประเด็นเกี่ยวกับเทพผู้สถิตอยู่ใน
ถ้ำหลวง-ถ้ำขุนน้ำนางนอน จึงกลายเป็นเสียงร่ำลือกันไปต่างๆรวมถึงตำนานความรักของ เจ้าแม่นางนอน
ที่เรากำลังจะบอกเล่าดังต่อไปนี้ตำนานของ ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนเกิดในสมัยอาณาจักรเชียงรุ้งสิบสองปันนา
ซึ่งเจ้าเมืองมีราชธิดาองค์หนึ่งทรงพระสิริโฉมงดงามยิ่ง นามว่าเจ้านางเชียงรุ้ง แอบพบรักกับชายเลี้ยงม้า
ซึ่งเป็นการผิดกฎตามโบราณราชประเพณีอย่างไรก็ตาม ด้วยความรักที่ทั้งสองมีต่อกัน
พวกเขาได้แอบปลูกต้นรักกันจนกระทั่ง เจ้านางเชียงรุ้งเกิดตั้งครรภ์
ก่อนจะหลบหนีออกจากเมืองตามไปกันเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดแต่ก็ไม่รอดพ้นสายตาของพระราชบิดา ที่ส่งทหารเอกไล่ติดตาม
เมื่อทั้งสองระหกระเหินเดินป่ามาจนถึงร่มไม้ในที่ราบแห่งหนึ่งริมน้ำโขง เจ้านางเชียงรุ้ง ซึ่งทรงพระครรภ์ เสด็จต่อไปไม่ไหว
จึงบอกชายคนรักให้ไปหาอาหารในป่า ตัวนางจะนั่งรออยู่ตรงนี้ไม่เสด็จไปไหนเป็นอันขาด
ทว่าการเข้าไปหาอาหารครั้งนี้ของชายเลี้ยงม้ากลับกลายเป็นการจากลากันชั่วนิรันดร์
เมื่อทหารของเจ้าเมืองเชียงรุ้งสิบสองปันนาบังเอิญไปพบชายเลี้ยงม้า ก่อนรุมฟันจนตาย แล้วออกค้นหา
เจ้านางเชียงรุ้ง ต่อไปส่วน เจ้านางเชียงรุ้งที่รอชายคนรักจนเย็นมืดค่ำก็ไม่เห็นกลับมา
ชะแง้เก้อชะเง้อคอยอยู่นานก็เห็นกองทหารของพระราชบิดาออกมาจากชายป่า เข้าล้อมตัวเองไว้
แล้วทูลเชิญกลับไปยังนครเชียงรุ้งสิบสองปันนาก่อนได้ทราบความจริงว่าคนรักได้จากไปแล้ว
เมื่อทรงทราบดังนั้น เจ้านางเชียงรุ้งทรงเสียพระทัยเป็นอย่างมาก
และทรงกรรแสงคร่ำครวญเกลือกกลิ้งอยู่กลับพื้นใคร่ครวญเห็นว่าคนรักก็ได้ตายจากไปแล้ว
จะเสด็จกลับนครเชียงรุ้งก็คงถูกราชอาชญาสาหัสอีกทั้งทรงครรภ์กับชายเลี้ยงม้า
ชาวเมืองคงดูแคลนไปตลอดพระชนม์ว่าแล้วเมื่อ เจ้านางเชียงรุ้ง ได้สติ
จึงตั้งสัจจะอธิษฐานเอาความรักอันบริสุทธิ์เป็นที่ตั้งดึงปิ่นที่ปักผมออกมา
แทงพระขมับของพระองค์เองจนโลหิตไหลออกมาเป็นสายสิ้นพระชนม์อยู่ตรงนั้นตามชายเลี้ยงม้าคนรักไป
โดยสายพระโลหิตที่หลั่งไหลออกมาได้กลายมาเป็นต้นแม่น้ำแม่สาย
ส่วนพระวรกายที่นอนเหยียดยาวจากใต้จรดเหนือกลายเป็นดอยนางนอน
ขณะที่อิตถีเพศของพระนางกลายเป็นถ้ำหลวงและส่วนของพระอุทรที่ทรงครรภ์ก็เป็นดอยตุง
นอกจากนี้พระเศียรยังกลายเป็นดอยท่าและพระถันกลายเป็นดอยแม่ย่าซึ่งเชื่อกันว่าดอยทั้ง 3 ใน เทือกเขานางนอนนี้
เคยเป็นที่อยู่อาศัยของราชวงศ์ลาวจักราชต้นวงศ์ของพญาเม็งรายก่อนที่จะเคลื่อนย้ายมาสร้างเมืองหิรัญนครเงินยาง
เหนือดอยดินแดงเป็นที่ประดิษฐานพระธาตุดอยตุงถือเป็นปฐมธาตุแห่งแรกของล้านนาประเทศ…

รักหรือหลงดูอย่างไร

วัยหนุ่มสาว ซึ่งเป็นช่วงที่กำลังมีฮอร์โมนสูบฉีด พุ่งพล่าน กำลังสนุกสนานกับชีวิต
เต็มไปด้วยพลังและความปรารถนา ซาบซ่าได้ทุกวี่วัน เฮฮากันได้ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เรามี “ความรัก”
มากมายพอๆ กับพลัง เป็นความรักที่พร้อมจะมอบให้ใครสักคน ประมาณว่า เปิดใจตรงนี้เลย
คำว่ารักฉันมีอยู่แทบล้นใจ แต่ยังไม่มีที่ใช้ก็เท่านั้นเอง…” ซึ่งเมื่อเจอกับใครสักคนที่เดินเข้ามาติดเบ็ด เอ๊ย!
เดินเข้ามาในหัวใจ เราก็รีบตะครุบ ยึดกุมความรักครั้งนี้เอาไว้แบบกัดไม่ปล่อยความรู้สึกอันรุนแรงนี้เอง
ที่สามารถทำให้เราทำอะไร ๆ ตามอารมณ์มากกว่าจะใช้ความคิด(ภาษาวัยรุ่นบอกว่า ทำตามหัวใจ) ซึ่งวัยหนุ่มสาว
ยังไม่ใช่ผู้ใหญ่เต็มตัว วุฒิภาวะยังไม่เต็มที่ ก็อาจจะทำอะไรโดยไม่ค่อยคำนึงถึงเหตุผลอยู่แล้ว
เมื่อมาบวกกับการตกอยู่ใน “ห้วงรัก”อย่างนี้ ก็ยิ่งพลอยทำให้ “อาการหลง” กำเริบได้ง่ายๆ
“อาการหลง” ที่ว่านี้ ถ้าจะให้วินิจฉัยและอธิบายอย่างง่ายๆ ก็น่าจะเรียกได้ว่า เป็นการแสดงออกของความรู้สึกรัก
ที่ประกอบด้วยอารมณ์มากกว่าเหตุผล เกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ทั้งหนุ่มสาวในห้วงรักที่มีภาพแฟนติดอยู่ในหัว
24 ชั่วโมง ,หนุ่มใหญ่วัยกลางคน ที่ดันไปปลูกต้นรักกับสาวน้อยวัยต้นยี่สิบ ,สาวโสดเพิ่งเกษียณ
เกิดปิ๊งปั๊งกับพ่อม่ายหนุ่มวัยสามสิบกว่าๆ ฯลฯ อาการหลงไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด ตรงกันข้าม
เป็นภาวะแสนจะปกติธรรมดา ที่เกิดขึ้นได้กับทุกๆ คนที่กำลังมีความรัก ทั้งที่รักเขาข้างเดียว และทั้งที่เพิ่งจะ in love คบหาปลูกต้นรักกัน
หลายๆ คนมักจะสับสนระหว่างคำว่า “หลงรัก” กับ “รักแท้”
เพราะเรามักจะถูกสอนให้ตั้งข้อสังเกตระหว่างสองภาวะพร้อมกับคำสอนที่ว่า “หลงรัก” นั้นไม่ดี ส่วน “รักแท้”
นั้นดีแน่ๆ แต่จะเป็นไปได้หรือ ที่เราจะรักใครจริงโดยไม่มีอารมณ์หลงอยู่เลย ?
เป็นไปได้หรือที่เราจะหลงใครโดยไม่มีความรักจริงอยู่เลย ?
พูดอีกอย่างหนึ่ง ทั้งความหลงและความรักนั้น เป็นสิ่งเดียวกันนี้เอง เพียงแต่มีการแสดงออกที่แตกต่างกัน
ถ้าจะเปรียบไปแล้ว ความหลงก็คงเหมือนเด็กคนหนึ่งที่เต็มไปด้วยพลังขับเคลื่อน เต็มไปด้วยจินตนาการ
ความฟุ้งฝัน แต่ขณะเดียวกันก็เอาแต่ใจตัวเองสุดๆ ส่วนความรักก็เหมือนกับผู้ใหญ่คนหนึ่ง ซึ่งมีเหตุผล
ละเอียดรอบคอบ รับฟัง เข้าใจ เอาใจใส่ แต่อาจจะดูเนิบๆ ไม่ค่อยเร้าใจ
ความหลงนั้นสามารถพัฒนาเติบใหญ่กลายเป็นความรักได้ ขณะเดียวกันในความรักนั้น
หากมีความหลงผสมอยู่ด้วย ก็จะทำให้ความรักมีชีวิตชีวามากขึ้น
รักครั้งแรกโดยเฉพาะรักของหนุ่มสาว โดยธรรมชาติแล้ว จะต้องมี “ความหลง”นั่นเป็นเรื่องธรรมด้า ธรรมดา
ไม่ผิดปกติ และไม่ควรจะคิดว่าเป็นเรื่องผิดปกติ แต่การจะพัฒนาความหลงให้กลายเป็นความรักที่มั่นคงยั่งยืนนั้น
เป็นโจทย์ที่ไม่ง่ายนัก เพราะความรักเป็นความรู้สึกที่พัฒนาไปตามวุฒิภาวะและสติปัญญา
ใครบางคนเคยโง่งมงายกับความรักเมื่อตอนเป็นวัยรุ่น แต่เมื่อผ่านความรักมาหลายต่อหลายครั้ง ได้เรียนรู้
ได้เข้าใจ ความหลงก็จะน้อยลงไป เมื่อรักใครก็ใช้เหตุผลมากขึ้น ขณะที่ใครบางคน เคยหลงหัวปักหัวปำอย่างไร
ผ่านไปนานแค่ไหน พอไป in love อีกครั้งก็ยังหลงหัวปักหัวปำอยู่อย่างนั้นนั่นเอง
การตั้งคำถามว่า “รัก หรือ หลง” ก็นับว่าเป็นสิ่งที่ดีที่จะช่วยเตือนสติตัวเอง
ถ้าหากมันกำลังจะทำอะไรที่ไม่สมเหตุสมผล เช่น
ทุ่มเทแบบไม่เสียดายชีวิต,ตามเกาะติดทุกฝีก้าว,งี่เง่าเอาแต่ใจโดยไม่รู้ ตัว,มัวแต่จิกไลน์ จิกเฟสบุ๊คหาตลอด ฯลฯ
ซึ่งถ้าไม่พัฒนาไปในทางที่ดี ความหลงเหล่านี้จะมีอายุโปรโมชั่นไม่นาน เพียงแค่ไม่กี่เดือนความรู้สึกซู่ซ๋า
ฟู่ฟ่าเหล่านี้ก็จะเริ่มจางหายไป สุดท้าย อาการ “หมดโปร”
ก็จะเข้ามาทำให้ทั้งสองฝ่ายต้องเบื่อหน่ายหรือห่างหายกันไปเอง
แต่หากคุณต้องการจะเปลี่ยนมันให้เป็น “ความรัก” คุณจะต้องตั้งอนาคตให้หัวใจตัวเองไว้ก่อน
ว่าคุณต้องการอะไร ต้องการจะเป็นอะไร หากคุณไม่ต้องการแค่ “หลง” แต่ต้องการจะ “รัก”
คุณก็ควรจะตั้งคำถามและพยายามหาคำตอบเสียตั้งแต่ตอนนี้ เพราะ “ความหลง”นั้น พัฒนาเป็น “ความรัก”ได้หากเรามีสติมากพอ…

เดทอย่างไรให้มีครั้งต่อไป

1.ต้องสวยไว้ก่อน และมีรอยยิ้ม
เป็นเรื่องธรรมชาติที่ผู้ชายจะชอบของสวยของงาม เสื้อผ้าหน้าผม แต่งใน look ที่เหมาะและเป็นเรามากที่สุด
แต่อย่าพยายามแต่งเยอะจนเกินไป
2.ชวนคุย
ผู้หญิงส่วนมากไม่ค่อยชอบผู้ชายที่พูดเยอะ
และประเภทที่ซักประวัติส่วนตัวแต่จะปลื้มมากหากเจอกับผู้ชายที่ชวนเธอคุยในเรื่องที่เป็นสาระบ้าง
ไร้สาระแต่น่าสนใจบ้างสลับกันไป แต่ทั้งนี้คุณเองก็ควรต้องเตรียมไปสักหน่อยว่าจะชวนเธอคุยเรื่องอะไรบ้าง
โดยสังเกตเอาจากการพูดคุยกันครั้งที่ผ่าน ๆ มาก็ได้ว่าเธอน่าจะชอบสไตล์ไหน
ลองเดาใจบ้างก็ทำให้ฝ่ายรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยเหมือนกัน
3.อย่าแสดงท่าทีเบื่อหน่าย
ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่าบางครั้งเราก็แอบเบื่อกับบทสนทนาทั่วไปที่กำลังคุยกันอยู่
แต่เพียงเสี้ยววินาทีที่คุณแสดงท่าทีของอาการเบื่อออกมา บอกเลยว่าเดทครั้งนี้มีเปอร์เซ็นต์กินแห้วสูงมาก
ฉะนั้นพยายามตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา สนุกสนานตั้งแต่ต้นจนวินาทีที่บอกลากันจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า
4.อย่าเล่นโทรศัพท์มือถือมากเกินไป
ในขณะที่ออกเดทกันอยู่อย่าได้เผลอหยิบโทรศัพท์ออกมาเล่น
หรือปล่อยให้เสียงโทรศัพท์ดังขัดการเดทอยู่ตลอดเวลาเด็ดขาด
เพราะพฤติกรรมติดโทรศัพท์มือถือแบบนี้อาจจะทำให้คู่เดทมองว่ามันเด็กและออกจะเสียมารยาท
5.ไม่ขัด
ไม่จำเป็นจะต้องแย้งเพื่อเอาชนะกันในทันที ควรรอมชอมและชี้แจงเหตุผลที่ดีกว่าที่จะทำตัวขัดหูขัดตาไปทุกเรื่อง
6.มั่นใจเข้าไว้
ความมั่นใจเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้คุณได้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งรอบข้าง หรือแม้แต่ตัวเอง
เพราะมันจะเหมือนกับคุณไม่มีความมั่นใจในตัวเอง แต่หากคุณมีความมั่นใจ พูดคุยสังสรรค์ และมองโลกในแง่บวก
มันจะทำให้คุณดูมีออร่า ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะอยากรู้จักคุณมากขึ้น
7.มองตา
แววตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ เราควรจะมีการสบตากับเขาด้วย ถ้าจังหวะเหมาะก็มองตากันนานๆ หน่อย
เหมือนเป็นการส่งสัญญาณเล็กๆ ว่าเราเองก็สนใจเขาเหมือนกัน ให้ความสนใจกับสิ่งที่เขากำลังพูดอยู่ด้วย
8.มีอารมขัน
แน่นอนอยู่แล้วว่าใครๆ ก็อยากอยู่กับคนอารมณ์ดี มีอารมณ์ขัน เพราะฉะนั้น
แสดงให้เขาเห็นว่าคุณเป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วคุยสนุกและสบายใจ หัวเราะบ้างเป็นบางครั้งให้ดูสดใสน่ารัก
แต่ก็ต้องดูกาลเทศะด้วย ไม่ใช่เขากำลังเล่าเรื่องที่ต้องการกำลังใจ แต่คุณกลับหัวเราะ นั่นก็ผิดเวลาไป
หัวเราะให้ตรงจังหวะ หัวเราะแต่พองามกำลังสวย ทำให้เขาอยากนั่งคุยกับคุณแบบนี้ไปนานๆ…

สัญญาณเตือนภัย…ระวังไว้ “อาการนอกใจของคนรัก”

การนอกใจกัน เป็นปัญหาสุดฮอตฮิตของคู่รัก
ที่ลองเอาไปถามคนมีแฟนเมื่อไหร่ละก็
ส่วนใหญ่ไม่มีใครอยากให้แฟนตัวเองนอกใจไปมีคนอื่นทั้งนั้น ก็แหงล่ะสิ
มันช้ำมากนะถ้าหากถูกคนรักนอกใจ ไม่มีใครอยากให้เกิด
และเมื่อเกิดเราก็ยังไม่รู้ตัวถูกสวมเขาไปซะอย่างนั้น จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน
หากสงสัยว่าคู่รักของตัวเองไว้ใจได้หรือเปล่า วันนี้คุณมีตัวช่วยแล้วค่ะ
ถ้าคนรักของคุณเข้าข่ายกับสัญญาณเตือนที่เรานำมาบอกกล่าวกันนี้
นี่คือสัญญาณเตือนภัยเล็กๆที่จะบอกว่าคนรักของคุณกำลังนอกใจ

1.อาการแรกเริ่มของคนที่คิดนอกใจจะเริ่มจากการให้ความสนใจ
และตอบสนองความต้องการของคนข้างกายมากขึ้นแทบทุกเรื่อง

2.เกิดพฤติกรรมลังเล อ้ำๆ อึ้งๆ ไม่ว่าจะเป็นอาการตกใจเกินเหตุ
หรือแม้แต่อาการเห็นด้วยกับคุณไปเสียทุกเรื่อง ทั้งๆ ที่มันไม่จริง

3.มีการหาเรื่องทะเลาะ แล้วหนีออกนอกบ้าน ด้วยเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง

4.มักจะได้ยินประโยคที่ไม่เคยได้ยิน เช่น คุณจะอยู่ได้ไหมถ้าเราเลิกกัน
หรือผมจะยังรักคุณเสมอถึงแม้เราจะเลิกกันไปแล้ว

5.อารมณ์ใจลอยที่เกิดขึ้น หรือเรียกง่ายๆ ว่าจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
แถมมักจะอารมณ์เสียเวลาที่อยู่ใกล้ๆ คุณ

6.อาการนิ่งเฉย เหมือนเอาใจออกห่าง

7.มีสไตล์ที่ชอบเปลี่ยนไป โดยเฉพาะ แนวการฟังเพลง

8.ความสนใจในครอบครัวของคุณที่ลดน้อยลง
เริ่มไม่อยากเอ่ยถึงพ่อแม่หรือครอบครัวของอีกฝ่าย

9.เริ่มต้องการขอใช้ชีวิตส่วนตัว หลังจากเมื่อก่อน
ได้ใช้ชีวิตคลอเคลียอยู่กับคุณทั้งวัน

10.เลิกชื่นชมคุณ แถมประโยคอย่าง ผมรักคุณ หรือฉันรักคุณ
แทบจะไม่ปริออกจากปากให้คุณได้ยินอีกเลย

11.เขามักสะดุ้งโดยไม่มีเหตุผล

12.มีคนรอบข้างทัก
เพราะคนรอบช้างมักสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงในคู่รัก
มากกว่าคู่รักจะมองเห็นกันเอง

13.อาการโมโหสุดขีด เมื่อคุณไต่ส่วนถึงกิจวัตรต่างๆของเขา เช่น
วันนี้ไปไหนมาบ้าง กลับบ้านกี่โมงเขามักจับผิดคุณในทุกๆ เรื่อง
เพื่อชดเชยความผิดของเขา

14.เขาเริ่มสมาคมกับเพื่อนฝูงอีกครั้ง หลังจากร้างลาวงเหล้ามานาน
แถมยังชอบพูดคุยปัญหาของเพื่อนฝูง มากกว่าปัญหาที่มีกับคุณ

15.เลิกพูดถึงเรื่องอนาคตของคุณทั้งสอง
แม้คุณจะเฝ้าถามถึงเรื่องแต่งงานและมีลูก

16.ไม่ได้แสดงการรักไคร่คุณอีกเลย
แถมความมีน้ำใจก็เหือดหายไปพร้อมกับความรัก

17.เริ่มอยากมีโลกส่วนตัวมากขึ้นเรื่อยๆ แถมยังมีเบอร์ส่วนตัว
ที่ไม่อยากให้คุณรับสายให้ บวกกับวิธีการพูดด้วยน้ำเสียงที่มากเกินเพื่อน

18.อาการเบื่อหน่ายทางเซ็กซ์ เริ่มปรากฏให้เห็น
แถมยังหันไปฟังเพลงและดูทีวี มากกว่าจะมาจู๋จี๋กับคุณ

19.รูปแบบการนอนเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นการนอนหันหลังให้คุณ
นอนละเมอ หรือเผลอหลุดปากเรียกชื่อคนอื่น

หากคนรักของคุณมีอาการดังที่กล่าวมาทั้งหมด
ขอให้ใช้สติพูดจากันอย่างมีเหตุผล และไตร่ถามถึงความเปลี่ยนไปซึ่งดีกว่า
แสดงอาการหึงหวงและไม่พอใจเพราะบางทีอาจตกลงกันได้ เขาอาจสำนึกผิด
หรือหาทางแก้ปัญหาด้วยกัน ขอให้โชคดีค่ะ…

ฤกษ์ยามเกี่ยวกับการแต่งงานในประเพณีไทย

คนไทยเป็นอีกหนึ่งชนชาติบนโลกอันกว้างใหญ่แห่งนี้ที่มีความเชื่อเกี่ยวกับฤกษ์ยามมงคลต่างๆ มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
โดยเฉพาะฤกษ์การทำพิธีมงคลต่างๆ เช่นเดียวกับประเพณีแต่งงาน ที่ถือเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของทุกคน
โดยการดูฤกษ์ยามแต่งงานในประเพณีไทย จะต้องมีการดูฤกษ์ยามตั้งแต่วันที่ส่งเฒ่าแก่ไปเจรจาสู่ขอ
วันที่จะใช้หมั้นของคู่บ่าวสาว วันแต่งงาน รวมไปถึงฤกษ์ในการปลูกเรือนหอ ส่งตัวเจ้าสาว
และฤกษ์ในการเรียงหมอนด้วย เรียกได้ว่าประเพณีแต่งงานของไทยนั้นเต็มไปด้วยฤกษ์ยามทุกขั้นตอน
ซึ่งวันดีส่วนใหญ่ที่ผู้คนชาวไทยนิยมใช้ในการแต่งงาน เช่น วันอธิบดี และ วันธงชัย เป็นต้น ส่วนเดือนที่นิยม เช่นเดือน 6,
เดือน 9, เดือน 2 และเดือน 4 แล้วแต่ความเชื่อของท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม
ส่วนใหญ่ผู้คนชาวไทยจะนิยมจัดงานแต่งงานในเดือนคู่ซึ่งมีความหมายตรงกับคำว่า “คู่” อันหมายถึงการเริ่มต้นชีวิตคู่
แต่บางพื้นที่ก็นิยมแต่งในเดือน 9 ถือเคล็ดพ้องคำว่า “เก้า”หมายถึงความเจริญก้าวหน้า
กระนั้นบางตำราก็บอกเหตุผลที่ใช้หรือนิยมแต่งงานในเดือน 9 ว่าเป็นเพราะต้องเลื่อนมาจากเดือน 8 ซึ่งเป็นเดือนคู่
เนื่องจากตรงกับช่วงเข้าพรรษา เพื่อเลี่ยงเทศกาลทางศาสนาและถือเคล็ดเรื่องความก้าวหน้าไปในตัว
แต่บางท้องถิ่นก็ยังมีการจัดฤกษ์แต่งงานขึ้นในเดือน 8 ซึ่งต้องแต่งก่อนวันเข้าพรรษา ทว่าเดือนที่นิยมมากที่สุดคือเดือน 6
เพราะเริ่มเข้าสู่หน้าฝน ถือเป็นฤดูแห่งการเริ่มต้นเพราะปลูกของไทยจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะครอบครัวไปในตัว
ส่วนเดือนที่ผู้คนชาวไทยไม่นิยมจัดงานแต่งงานมากที่สุด คือเดือน 12 เนื่องจากเป็นช่วงที่สุนัขเริ่มติดสัตว์
แถมเป็นช่วงที่น้ำป่าไหลหลากท่วมบ้านเรือน อันหมายถึงช่วงเวลาที่ข้าวปลาไม่อุดมสมบูรณ์การคมนาคมก็ไม่สะดวก แม้ปัจจุบันเดือน 12
จะไม่เคร่งครัดมากแล้วก็ตาม
ขณะเดียวกันวันที่ผู้คนชาวไทยไม่นิยมจัดงานแต่งงาน คือ วันอังคาร, วันพุธ, วันพฤหัสบดี และ วันเสาร์
แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละท้องถิ่น โดยเฉพาะ วันอังคาร และวันเสาร์ เนื่องจากเป็นวันแข็ง เหมาะสำหรับทำพิธีเกี่ยวกับเครื่องรางของขลังมากที่สุด
ส่วนวันพุธ เชื่อกันว่าเป็นวันสุนัขนาม เป็นเคล็ดเกี่ยวกับความเชื่อโบราณ
ขณะที่วันพฤหัสบดีถือเป็นวันครู และมีตำนานเกี่ยวกับเทพเจ้า คือพระพฤหัสบดี
ที่จัดพิธีแต่งงานให้บุตรสาวในวันนี้ แล้วต่อมาบุตรสาวมีชู้จึงเป็นวันที่ไม่ควรทำพิธีแต่งงาน
โดยตามตำนานระบุว่าบุตรสาวของพระพฤหัสบดี คือ พระจันทร์ แต่งงานกับ พระอาทิตย์ แล้วต่อมาเป็นชู้กับ พระอังคาร
กลายเป็นฤกษ์ยามที่ไม่ดีตามความเชื่อของไทย เช่นเดียวกับ วันอุบาทว์ และ วันโลกาวินาศ ที่จะเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละปี…

ออกเดทแรกอย่างไรให้ประทับใจ(ชาย)

เป็นเรื่องสำคัญมาก ที่คุณจะได้โอกาสที่จะสร้างความประทับใจให้เกิดขึ้นในใจของคู่เดท
หากคุณได้ทำพลาดตั้งแต่เริ่มต้น โอกาสที่จะเรียกคะแนนกลับคืนมาได้นั้นเป็นเรื่องยากมาก 9 สิ่งต่อไปนี้
คือวิธีที่จะช่วยให้การออกเดทของคุณผู้ชายประสบความสำเร็จ
และสร้างความประทับใจให้เกิดขึ้นอยู่ในความทรงจำของฝ่ายหญิงตลอดไป

1.อาบน้ำให้สะอาด อย่าให้มีกลิ่นกาย (ใส่น้ำหอมช่วยได้)
สิ่งที่แย่ที่สุด ในการออกเดท (โดยเฉพาะการออกเดทเป็นครั้งแรก) คือการปล่อยให้ตัวเองดูสกปรก
เช่นไม่โกนหนวด และมีกลิ่นตัว เพราะโดยธรรมชาติแล้ว ผู้หญิงจะใส่ใจในเรื่องของความสะอาดมาก
และจะตัดสินถึงพฤติกรรมของคุณ โดยวัดว่าคุณสะอาดมากน้อยแค่ไหน เช่นเดียวกัน คุณเองก็จะต้องตกใจ
หากได้พบเธอแบบผมเพร่าพะรุงพะรัง จำเอาไว้อีกด้วยว่าลมหายใจและร่างกายที่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์
จะทำให้ผู้หญิงเข้าใจว่า คุณเป็นผู้ชายที่ไม่เคยดูแลตัวเองอยู่เช่นนี้ตลอดเวลา

2.ไปถึงให้ตรงเวลา
ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญมากที่สุด คือการตรงต่อเวลา การไปสายกว่าเวลานัด
จะลดความน่าประทับใจในตัวคุณให้น้อยลงอย่างแน่นอน ทัศนคติของเธอที่มีต่อคุณ จะเปลี่ยนไปคิดว่า
คุณเป็นคนที่ไม่ค่อยน่าเชื่อถือและไม่ให้ความใส่ใจต่อเธอสักเท่าไร และสำหรับกรณีที่จะต้องไปรับเธอที่บ้าน
คุณควรไปถึงก่อนเวลานัดสัก 5-10 นาที ไม่จำเป็นที่จะต้องไปเร็วกว่านี้ เพราะเธออาจจะกำลังเตรียมตัวไม่เสร็จ

3.ให้ของขวัญชิ้นเล็กๆ ที่มีความหมาย
ผู้หญิงจะรู้สึกดีเป็นพิเศษ เมื่อผู้ชายที่เธอรู้จักให้ของขวัญสักชิ้นกับเธอ
คุณรู้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเธอบ้างแล้วจากการพูดคุยกันทางโทรศัพท์ หรือจากการสนทนากันในอีเมล์
ซื้อของขวัญที่เหมาะสมกับเธอ เช่น ถ้าผู้หญิงเป็นคนรักสุนัข คุณอาจมอบช๊อกโกเลตรูปสนุขให้เธอสักกล่อง
สิ่งนี้จะทำให้เธอประทับใจต่อคุณมาก หรือถ้าคุณคิดอะไรไม่ออก อาจจะซื้อของขวัญเช่น
ช๊อกโกเลตรูปดอกกุหลาบ ก็ใช้ได้เช่นกัน

4.ทำตัวให้เป็นสุภาพบุรุษ
เปิดประตูให้เธอ ให้เธอก้าวเข้าไปในประตูร้านอาหารก่อนคุณ ขยับเก้าอี้ให้เธอนั่ง
ทำตัวสุภาพกับเธอในที่สาธารณะ ผู้หญิงจะรู้สึกดีเป็นพิเศษเมื่อผู้ชายปฏิบัติต่อเธออย่างเข้าใจ
ว่าอะไรเป็นสิ่งที่ผู้หญิงต้องการ ความเป็นสุภาพบุรุษ จะทำให้เธอคิดว่า คุณช่างเป็นผู้ชายที่ยอดเยี่ยมจริงๆ

5. กล่าวชมเชยเธอ
สิ่งแรกที่คุณควรจะพูดคือ “วันนี้คุณดูสวยนะครับ“ ก่อนที่คุณจะถามเธอด้วยซ้ำว่า “คุณเป็นอย่างไรบ้าง”
หาโอกาสชมเธอบ้างในการออกเดท แต่ก็ไม่จำเป็นต้องมากเกินไป (3-4 ครั้ง กำลังดี)
เพราะผู้หญิงโดยส่วนมากชอบที่จะให้ผู้ชายชม การสังเกตในตัวเธอและชมออกไปอย่างจริงใจ
จะช่วยสร้างบรรยากาศในการออกเดทให้ราบรื่นขึ้น แต่การจ้องที่จะชมเธอมากเกินไป จะทำให้ดูเป็นการแสแสร้ง
และทำให้คุณดูเป็นคนไม่จริงใจได้ (บทความนี้จัดทำโดย www.PremiumMate.com เว็บไซต์หาคู่
สื่อกลางสำหรับคนไทยวัยทำงานคุณภาพ เพื่อค้นหาเพื่อน หาแฟน หาคู่ ด้วยตนเอง สำหรับผู้ที่ต้องการนำ
เรื่องไปใช้ กรุณาให้เครดิตที่มา จาก PremiumMate.com ค่ะ)

6.ตั้งใจฟังเวลาเธอพูด และถามคำถามกลับบ้าง
ตั้งใจฟังเมื่อเธอกำลังพูด และถามคำถามกลับไปบ้าง เพื่อให้คุณทั้งสองรู้จักกันมากขึ้น
ผู้หญิงจะรู้สึกสนใจในตัวผู้ชาย เมื่อผู้ชายให้ความสนใจฟังอย่างจริงจัง ว่าเธอกำลังพูดอะไร
ให้เธอพูดมากกว่าที่คุณจะพูดเกี่ยวกับตัวคุณเอง หากเธอเป็นคนพูดน้อย
นั่นถึงเวลาแล้วที่คุณจะต้องเป็นฝ่ายชวนเธอคุย

7. เตรียมบทสนทนาไว้ล่วงหน้า
สิ่งที่คุณไม่ต้องการคือการนั่งรับประทานอาหารอย่างเงียบเชียบ โดยไม่รู้จะพูดอะไรกัน
คุณอาจเตรียมบทสนทนาไว้ล่วงหน้า ว่าอะไรที่คุณต้องการจะรู้เกี่ยวกับตัวเธอ เพราะเมื่ออยู่ในสถานการณ์จริง
บางครั้งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะชวนเธอคุยหรือถามคำถามกับเธอ หากคิดไม่ออกว่าควรจะพูดอะไร
อาจถามถึงงานอดิเรกหรือสิ่งที่เธอสนใจ หรือลองเริ่มต้นพูดคุยกับคู่เดทด้วยบทสนทนาง่ายๆ หลีกเลี่ยงเป็นอันขาด
ที่จะพูดในเรื่องความสัมพันธ์ของคุณที่เคยผ่านมา หรือผู้หญิงคนอื่นที่คุณเคยออกเดทด้วย
ให้ความสนใจไปในเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเธอเท่านั้น

8.ออกค่าใช้จ่ายสำหรับการออกเดท
การออกค่าใช้จ่ายในการออกเดทครั้งแรก จะทำให้คุณดูเป็นสุภาพบุรุษ และสร้างความประทับใจให้เกิดขึ้น
นี่คือการแสดงออกถึงวัฒนธรรมของการให้เกียรติผู้หญิง ในกรณีที่คุณออกเดทหญิงสาวหัวสมัยใหม่
คุณควรบอกเธอให้รู้ ว่าคุณวางแผนเอาไว้แล้วที่จะออกค่าใช้จ่ายสำหรับการออกเดทในครั้งแรกนี้
เพื่อเป็นการไม่ให้เธอลำบากใจ

9.บอกเธอว่าคุณจะโทรไปหา ก่อนที่จะจากกัน
เพียงแค่บอกเธอว่า คุณจะโทรไปหา หากคุณตั้งใจว่าคุณต้องการที่จะพบเธออีก
อย่าพูดออกไปตามสถานการณ์ว่าคุณจะโทรหาเธอ เมื่อคุณไม่ได้ต้องการที่จะพบเธออีกครั้ง
ในกรณีที่คุณไม่ต้องการออกเดทกับเธออีก ก่อนที่คุณจะลากลับบ้าน เพียงแค่พูดว่า
“ยินดีมากครับที่ได้พบกับคุณในครั้งนี้” หรือเพียงแค่พูดว่า ราตรีสวัสดิ์พร้อมกับรอยยิ้มก็เพียงพอแล้ว…

ก่อนตัดสินใจเเต่งงานควรดูนิสัยเเฟนอย่างไหนบ้าง

การเเต่งงานถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ของชีวิตของเราไม่น้อยมีคำกล่าวไว้ว่าเลือกคู่ผิด ผิดจนวันตาย นั้นเป็นของจริง
บางครั้งการเป็นเเฟนกันฝ่ายตรงข้ามยังไม่เปิดเผยบ้างอย่างในตัวเขาให้เราเห็นได้
เเละเราต้องมีวิธีการที่จะลองใจเขาว่ารักเราจริงหรือเปล่า
เเละการที่จะมาครองชีวิตคู่ด้วยกันทั้งสองฝ่ายต้องมีความรักให้กันอย่างจริงใจเเละเรามาดูกันว่าเเฟนของเขาจะมีใจให้จริงหรือไม่เราต้องลองใจ
อย่างไรบ้างถึงมั่นใจว่าเขารักเราจริงอย่างเเรกเลยคือการช่วยกันทำงานบ้าน
มันไม่ใช้เรื่องเล็กเลยในการทำงานบ้าน อย่าคิดว่างานบ้านจะเป็นของฝ่ายหญิงอย่างเดียวฝ่ายชายก็สามารถทำได้
เเละเเน่นอนว่าการลองใจชีวิตคู่คือต้องลองมาอยู่ด้วยกันก่อนเเละดูว่าเเฟนของเรานั้นช่วยทำงานบ้านมากเเค่ไหน เพราะว่าถ้าช่วยก็ดีไป
เเต่ถ้าไม่ช่วยทำเลยหรือทำไม่เป็นก็ต้องมีการพูดคุยกันหน่อยว่าหากมาอยู่ด้วยกันหลังเเต่งงานเเล้วก็ควรช่วยงานกันบ้างไม่ใช้ปล่อยให้
ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำคนเดียว
ต่อมาคือเรื่องการเข้าหาญาติของกันเเละกัน
การเเต่งงานใครมองว่าเป็นชีวิตของคนสองคนนั้นคือผิดไปเลยเพราะเเต่ละฝ่ายต่างมีญาติทั้งนั้น
ในสังคมไทยนั้นการให้เกียรติญาติของเเต่ละฝ่ายเป็นการที่บ่งบอกว่าคนนั้นมีความจริงใจต่ออีกฝ่าย
เเละการพาไปหาญาติดูพฤติกรรมของเเต่ละฝ่ายคงจะดี
ซึ่งเรื่องของชีวิตคู่ต้องมีญาติมาเกี่ยวข้องอยู่เเล้วอย่างน้อยต้องมีพ่อเเม่
ของฝ่ายหญิงเเละชายการเข้าหาผู้ใหญ่เป็นเรื่องดีเเละสองคนต้องทำให้ผู้ใหญ่พอใจด้วยถึงจะอยู่กันได้
สิ่งสำคัญเรื่องต่อมาของการใช้ชีวิตคู่กันคือการใช้เงิน
อันนี้สำคัญอย่างมากบางคู่มักจะทะเลาะกันเรื่องเงินนี้เเละสำคัญมาเลยทีเดียวก่อนที่จะเเต่งงาน
ก็ต้องเคลียร์กันก่อนว่าเงินของเเต่ละฝ่ายต้องทำอย่างไรบ้างใครใช้วันละเท่าไรอย่างไร
หากหามาได้ควรให้ใครเก็บเเละส่วนใหญ่เเล้วจะเป็นฝ่ายหญิงที่เก็บเงิน
เเละสองฝ่ายต้องตกลงกันให้ดีเเละน่าจะตรวจสอบพฤติกรรมการใช้เงินของเเต่ละฝ่ายด้วยก่อน
ที่จะมาใช้ชีวิตร่วมกันซึ่งหากตกลงกันได้ก็จะสามารถมาใช้ชีวิตร่วมกันได้
เเละนี้ก็คือส่วนหนึ่งของการที่คนเราจะมาใช้ขีวิตคู่ร่วมกัน
เราต้องเรียนรู้ซึ่งกันเเละกันว่า ไลน์สไตล์ของคู่ชีวิตของเราเป็นอย่างไร
ซึ่งหากมีความเข้าใจกันก็จะอยู่กันได้อย่างมีความสุข
เราต้องมีความรักให้เเก่กันถึงจะอยู่กันได้เเละต้องมีความเข้าใจซึ่งกันเเละกันของหน้าที่ของเเต่ละคนว่าต้องทำอะไร
เเละอีกฝ่ายจะค่อยสนับสนุนจะเป็นเรื่องที่ดีอย่างมากจะเป็นการที่จะทำให้ครอบครัวมีความสุขอย่างเเน่นอน…