จิตวิทยากับความรัก

คุณคิดว่าความรักเป็นเรื่องมีเหตุผลหรือไม่?
มีทฤษฎีอะไรใช้อธิบายความรักได้บ้าง?
ทฤษฎีด้านจิตวิทยาวิวัฒนาการ (evolutionary psychology)
เป็นศาสตร์ที่ใช้ในการอธิบายสภาวะจิตของคน ที่เราเป็นแบบนี้
มีความรู้สึกและพฤติกรรมแบบนี้ เป็นผลมาจากวิธีเอาตัวรอดที่มนุษย์ใช้ในอดีต
เช่นการเลือกคู่เพื่อการสืบพันธุ์ หรือการร้องไห้เพื่อขอความช่วยเหลือสร้างอำนาจต่อรอง
เรื่องของฮอร์โมน ก็ช่วยอธิบายลำดับขั้นของความรักได้ แบ่งได้เป็น 3
ช่วงหลักๆ ตามการทำงานของฮอร์โมน ช่วงแรกคือช่วง ‘ดึงดูด’
เป็นช่วงที่ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนทำงาน คนเราก็จะสอดส่ายสายตาหาคู่ครอง
จากนั้นก็จะขยับเข้าสู่ช่วง ‘ตกหลุมรัก’ ช่วงนี้จะเป็นช่วงโดปามีนหลั่ง
โดปามีนนี่เป็นฮอร์โมนที่รับผิดชอบเรื่อง reward system
คือจะหลั่งเมื่อเรารับเอาของกระตุ้นที่ร่างกายคิดว่าดีต่อร่างกายเข้ามา
เหมือนเวลาเรากินของหวาน เสพยา หรือรักใครสักคน เราก็จะรู้สึกว่าต้องการอยากได้อีก แล้วก็เสพติดสิ่งเหล่านั้น
สุดท้ายคือช่วง ‘ผูกพัน’ซึ่งช่วงนี้เราจะไม่ได้หลงรักจะเป็นจะตายกับแฟนของเราอีกแล้ว
แต่จะเป็นความผูกพันมากกว่า เป็นผลจากออกซิโตซิน
เป็นสารตัวเดียวกันกับที่หลั่ง เวลาที่แม่คลอดลูกใหม่ๆ
ทำให้แม่เกิดความผูกพันกับลูกตั้งแต่แรกเกิด แต่ถึงจะมีการแบ่ง 3 ลำดับขั้น
ก็เป็นไปได้ว่าฮอร์โมนจะทำงานข้ามลำดับได้
เช่นเมื่อเข้าสู่ช่วงผูกพันแล้วโดปามีนหรือเทสโทสเตอโรนจะยังทำงานอยู่
เพียงแต่เราแบ่งเพื่อให้เห็นผลของฮอร์โมนแต่ละตัวชัดเจน
และถ้ามีการแสกนสมองเราจะเห็นการทำงานของสมองแต่ละส่วนเลย
ที่บางคนเรียกกันว่าช่วงโปรโมชั่น ในความสัมพันธ์ก็อาจจะไม่มีจริงเสมอไป
ในเมื่อโดปามีนอาจจะหลั่งอีกเมื่อไหร่ก็ได้
เราสามารถเกิดความรู้สึกตกหลุมรักได้อีกหลายครั้ง แต่ช่วงโปรฯ
ที่เราเรียกกันก็อาจจะคือการหลั่งโดปามีนครั้งแรก
ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่ค่อยเหมาะกับการดำรงชีวิตสักเท่าใดเพราะบางคนทำงานไม่ได้
กินนอนไม่ได้ หลายคนใช้เวลากับเรื่องนี้มากเกินไป
มนุษย์ก็เลยมีวิวัฒนาการที่ทำให้ฮอร์โมนตัวนี้ลดลงมาเมื่อถึงเวลาหนึ่ง
เพื่อให้ชีวิตของเราดำเนินต่อไปได้
หลายๆคนถามว่า แล้วรักแรกพบล่ะ จิตวิทยาอธิบายได้หรือไม่?
รักแรกพบไม่เคยมีคนศึกษามาก่อน
อาจจะเป็นช่วงที่คนสองคนกำลังหลั่งเทสโทสเตอโรนพอดีเลยมีโอกาสดึงดูด
กันและกัน ส่วนเรื่องพรหมลิขิตที่กำหนดว่าคนนี้คู่กับคนนั้น ในเชิงจิตวิทยา
มีการศึกษาว่าลักษณะนิสัยบางอย่างก็มีการดึงดูดกันไม่ได้ถูกกำหนดตายตัวเสมอไป
ความรักจะยั่งยืนหรือคงอยู่ตลอดไปไหม?
ยังไม่มีใครสามารถตอบเรื่องนี้ได้เพราะมนุษย์เรายังวิวัฒนาการไปไม่สุด
แต่เดิมเราวิวัฒนาการมาจากลิงชิมแปนซีเมื่อหกล้านปีที่แล้ว
ซึ่งลิงไม่ใช่สัตว์ประเภทผัวเดียวเมียเดียว ช่วงที่เราเป็นมนุษย์ถ้ำ
เราก็ไม่ได้เป็นแบบผัวเดียวเมียเดียวเหมือนกัน
เพราะการเป็นผัวเดียวเมียเดียวมันปิดโอกาสในการสืบพันธุ์กับสายพันธุ์ที่ดี
ตัวผู้มีหน้าที่กระจายพันธุ์ให้มากที่สุด หน้าที่เลี้ยงลูกเป็นของตัวเมีย
ธรรมชาติกำหนดมาแบบนั้น และสัตว์มันก็เลี้ยงได้ เพราะเกิดมาไม่นาน
ลูกมันก็เดินได้ หาอาหารกินเองได้
แต่พอเป็นมนุษย์กว่าจะดูแลตัวเองได้ ก็ยังต้องเลี้ยงต่อไปอีกหลายปี
มนุษย์เราจึงต้องวิวัฒนาการต่อจากลิง ในเมื่อต้องใช้เวลาเลี้ยงลูกนานกว่า
และแม่คนเดียวเลี้ยงไม่ไหว ก็เลยมีกลไกให้พ่อติดแม่ ให้ผู้ชายติดผู้หญิง
ให้โดปามีนหลั่งอีกครั้งในช่วงตั้งครรภ์ และอาจจะยาวไปจนถึงปีแรก
แล้วจากนั้นก็ค่อยเเปลี่ยนเป็นออกซิโตซิน จริงๆ
เหมือนกับเราอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงอยู่และก็อาจจะวิวัฒนาการต่อไปอีกจากนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *